ๆ จนกว่าอาจารย์กลับมา
ทันใดนั้น ซู่เป่าก็นึกถึงด้ายแดงบนข้อมือ อาจารย์เคยบอกว่ามันทรงพลังมากและสามารถสะท้อนพลังโจมตีกลับไปได้โดยอัตโนมัติ
อืม… ในความเข้าใจของซู่เป่า มันก็คือการ ‘สะท้อนกลับ’ นั่นแหละ
เจ้าตัวเล็กรีบวิ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับปีศาจน้ำทั้งสองตน เธอไขว้มือไว้ข้างหลัง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วท้าทายด้วยความยโสโอหัง “มาเลย เก่งนักก็เข้ามาตีหนูสิ”
ท่าทางแก่แดดแก่ลมนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนคนเป็นพ่อเป็นลุงถึงกับพูดไม่ออก
ศพทั้งสองพลิกลูกตาขาวโพลน ส่งเสียงคำรามแหบพร่าออกมาจากลำคอ “โฮก… โฮก…”
เจอเด็กแสบนี่อีกแล้ว!
ศพหญิงวัยกลางคนดูเหมือนสติขาดผึง เธอพุ่งเข้าใส่หมายกัดซู่เป่าให้จมเขี้ยว
มู่กุยฝานใจหายวาบ “ซู่เป่า!”
ซู่เป่ายกแขนขึ้นบังใบหน้าตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นแสงสีแดงเจิดจ้าก็สว่างวาบออกมาจากข้อมือ!
เปรี้ยง!
ร่างศพถูกแรงกระแทกจากแสงสีแดงเหวี่ยงจนกระเด็นออกไป วิญญาณที่สิงสู่อยู่ภายในถูกกระชากออกจากร่างจนต้องส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ส่วนศพเด็กสาวที่ลังเลอยู่ในตอนแรก เมื่อเห็นดังนั้นก็พุ่งเข้าใส่ตามหลัง แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็ถูกพลังสะท้อนกลับเหวี่ยงออกไปจนกรีดร้องลั่นเช่นกัน
เมื่อวิญญาณหลุดลอย ร่างศพไร้สิ่งยึดเหนี่ยวก็ตกลงบนพื้นเรือ กลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงโชยคละคลุ้ง ร่างกายเริ่มพองอืดและเน่าสลายอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นน้ำสีเหลืองขุ่นส่งกลิ่นไปทั่วบริเวณ
“จับได้แล้วเหรอ?” ซูอิง