บทที่ 173 ซู่เป่าแผลงฤทธิ์
“อ๊ะ…” ผู้คนบนฝั่งส่งเสียงร้องตกใจระงม
ยามดวงตะวันลับขอบฟ้า ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านสวนสาธารณะจนทุกคนรู้สึกขนลุกซู่โดยพร้อมเพรียงกัน
“นี่มัน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ฉันตาฝาดไปใช่ไหม เห็นเหมือนกันหรือเปล่า?”
“พระเจ้า… ไม่ต้องสนแล้ว รีบช่วยคนก่อนเร็ว!”
แต่ในความเป็นจริง กลับไม่มีใครกล้าขยับตัวลงน้ำเลยแม้แต่คนเดียว ภาพที่เห็นเมื่อครู่สยองขวัญเกินกว่าจะรับไหว หากร่างผมสีเหลืองนั่นคือศพจริง ๆ…
แล้วศพที่ไหนจะลุกขึ้นมาลากคนลงน้ำได้?
หรือหากนั่นไม่ใช่ศพ แต่เป็นคนที่มีชีวิตอยู่ ก็หมายความว่ามีการวางแผนฆาตกรรมกลางฝูงชน ใครจะกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงในเงามืดใต้น้ำนั่น
บางคนหันไปมองมู่กุยฝานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความโกรธแค้นเมื่อครู่มลายหาย กลายเป็นความโล่งอกที่เขาขวางไม่ให้พวกตนลงไปตาย…ในขณะเดียวกัน ทางเรือกู้ภัยที่เพิ่งขับมาถึงจุดเกิดเหตุ
“เจอแล้ว เจอตัวแล้ว!” เกาเฟยเจ้าหน้าที่กู้ภัยหนุ่มตะโกนก้องจากบนเรือ เขาเห็นร่างที่ดิ้นรนอยู่กลางผิวน้ำไกล ๆ จึงเร่งเครื่องเข้าไปเตรียมช่วยเหลือ
“เกาเฟย ระวังตัวด้วย” หัวหน้าทีมกู้ภัยตะโกนสั่งการ
เกาเฟยใจเต้นระรัวด้วยความหวัง ในที่สุดเขาก็พบร่างของเด็กสาวที่ตามหามาทั้งวันทั้งคืน ลักษณะเสื้อผ้าตรงตามที่ครอบครัวแจ้งไว้ไม่มีผิดเพี้ยน…
แต่ในวินาทีต่อมา เขากลับต้องตาค้าง เมื่อเห็นร่างลอยนิ่งเป็นศพนั้นจู่ ๆ ก็พุ่งพรวดขึ้นมาฉุดร่างหญิงวัยกลางคนลงส