“ห้ามด่าคนอื่นนะ” จู่ ๆ เธอก็ตะโกนก้องด้วยความโกรธ “คุณนั่นแหละที่ไร้ประโยชน์ ไร้ประโยชน์ที่สุดก็คือคุณ เอาแต่ก่อเรื่องวุ่นวายไม่ฟังใคร แล้วยังมาโทษคนอื่นอีก คุณน่ะมันคนขี้ขลาด”
เด็กน้อยระเบิดอารมณ์ออกมาพร้อมประโยคที่เคยได้ยินจากทีวี แม้อายุเพียงสี่ขวบ แต่ความยุติธรรมในใจกลับมีมากกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก
เธอรู้สึกว่าป้าคนนี้ช่างน่ารำคาญ แม้การสูญเสียทำให้น่าสงสาร แต่การด่ากราดคนช่วยเหลือคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
ผู้คนรอบข้างเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่! ทีมกู้ภัยเขาเป็นอาสาสมัครนะ ไม่ได้เก็บเงินสักบาท แถมยังเสี่ยงชีวิตมาช่วยคุณอีก…”
“เขาช่วยคุณขึ้นมาได้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังมาปากดีด่าเขาอีก!”
“ในสายตาฉัน คุณที่เป็นแม่นั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ เลี้ยงลูกยังไงให้เป็นแบบนี้ พอเกิดเรื่องก็โทษคนอื่น!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ มู่กุยฝานยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาเย็นชาจ้องมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความเฉยชาที่สั่งสมมานาน ชีวิตคนสำหรับเขาคือการแลกเปลี่ยน
แต่สำหรับซู่เป่า… ความโกรธของเธอนั้นบริสุทธิ์และชัดเจนกว่าใคร
ซู่เป่าขยับตัวลงจากอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ เธอวิ่งตรงไปหาชายหนุ่มที่ยืนก้มหน้านิ่งงัน และกำลังเก็บข้าวของอย่างเงียบเชียบอยู่เพียงลำพัง
เกาเฟยกำลังม้วนเก็บเชือกกู้ภัยด้วยความรู้สึกหนักอึ้งถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก หลังจากตรากตรำทำงานหนักติดต่อกันจนจบลง
ร่างกายที่เคยตึงเครียดกลับผ่อ