วยใบหน้าซีดเผือด “ลูกสาวฉัน! นั่นลูกสาวฉัน…”
เธอวิ่งถลาไปริมน้ำโดยไม่ลังเล ก่อนกระโดดลงไปดัง ตูม! พร้อมกับกรีดร้องเสียสติ “จวินเอ๋อร์! จวินเอ๋อร์!”
“จวินเอ๋อร์ แม่อยู่นี่แล้วลูก!”
“กลับมาเดี๋ยวนี้!” มู่กุยฝานตวาดลั่น แต่หญิงคนนั้นไม่ฟังคำเตือนแม้แต่นิดเดียว เธอมุ่งหน้าฝ่ากระแสน้ำออกไปราวกับเสียสติ
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันจนไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน เมื่อเธอลงไปในน้ำลึกระดับอก ร่างของเธอก็ถูกกระแสน้ำพัดจนเสียหลักและเริ่มดิ้นรนหาทางรอด
“ช่วยด้วย… อึก… ช่วยด้วย!” เธอร้องขอชีวิตตามสัญชาตญาณ
“โธ่เอ๊ย! ว่ายน้ำไม่เป็นแล้วจะลงไปทำไมเนี่ย!” ผู้คนริมฝั่งเริ่มกระสับกระส่าย
“ผมเรียกเรือกู้ภัยมาแล้ว” ชายคนเดิมพยายามจะลงไปช่วยอีกครั้ง แต่มู่กุยฝานที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ยกมือห้ามไว้
“ทุกคนดูสิครับ คุณป้าคนนั้นกำลังจะจมแล้ว! เรือกู้ภัยยังอยู่อีกไกลจะมาทันไหมเนี่ย!” บรรดาสตรีมเมอร์ตะโกนแข่งกันหน้ากล้อง
ชายวัยกลางคนเห็นท่าไม่ดีจึงตวาดใส่มู่กุยฝานด้วยความโกรธ “ชีวิตคนสำคัญนะ! คุณเข้ามาขวางผมทำไม!”
“นั่นสิ! เขาว่ายน้ำเป็นก็ปล่อยเขาไปสิ คนจะตายอยู่แล้วนะ!” คนรอบข้างเริ่มรุมประณาม
“คนบ้านนี้เป็นอะไรกัน! ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เอาแต่ก่อเรื่อง ถ้าไม่ใช่ญาติจะขี้เกียจรีบร้อนแบบนี้ไหม!”
มู่กุยฝานเห็นว่าคำเตือนใช้ไม่ได้ผล จึงตัดสินใจใช้ท่ากวาดขาล้มชายคนนั้นลงกับพื้นทันที ก่อนหันไปสั่งซู่เป่า “ลูกรัก กดเขาไว้!”
ซู่เ