เป็นปกติ จากนั้นเธอก็หยิบเสื้อยันต์อาคมที่สะพายติดหลังมาพันรอบเท้าของเขาไว้
มู่กุยฝานจ้องมองภาพเด็กน้อยที่กำลังวุ่นวายอยู่ตรงหน้า ทั้งตักน้ำล้างเท้าและบรรจงเช็ดให้แห้งด้วยความทะนุถนอม ความซาบซึ้งใจสายหนึ่งพลันแล่นผ่านหัวใจ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าวันหนึ่งจะมีลูกสาวแสนน่ารักและคอยดูแลเขาดีถึงเพียงนี้
“เรียบร้อยแล้วค่ะ!” ซู่เป่าตบมือปอย ๆ “คืนนี้คุณพ่อห้ามแกะผ้าเหลืองผืนนี้ออกเด็ดขาดเลยนะคะ”
มู่กุยฝานพยักหน้าพลางอุ้มซู่เป่าขึ้นมาแนบอก “ขอบใจมากนะ ลำบากลูกแล้ว”
ซู่เป่ากอดคอมู่กุยฝานแล้วจุ๊บแก้มเขาฟอดใหญ่ “ไม่ลำบากเลยค่ะ!” เธอกระโดดลงจากอ้อมกอด เด้งตัวไปมาบนเตียง ทิ้งตัวลงนอนราบแล้วตบที่ว่างข้างตัวไปด้วย “คุณพ่อมาเร็วค่ะ มานอนแผ่ ๆ ด้วยกัน!”
มู่กุยฝานหัวเราะเบาในลำคอแล้วล้มตัวลงนอนเคียงข้างลูกสาว ซู่เป่าเหยียดขาไปสักพัก ก่อนยกเท้าทั้งสองขึ้นมา ใช้มือเล็กจับเล่น ไม่นานนักเมื่อพอหันไปมองก็พบว่าเด็กน้อยหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว เขาค่อย ๆ ห่มผ้าให้เธอพลางกระซิบ “ราตรีสวัสดิ์นะ ตัวน้อยของพ่อ”
เช้าวันรุ่งขึ้น
เรื่องราวของเด็กสาวสามคนที่ตกน้ำในแม่น้ำหยงเจียงกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะประโยคที่แม่เด็กพูดว่า “ฉันไม่ได้ขอให้คุณช่วย” พาดหัวข่าวต่าง ๆ พุ่งทะยานติดเทรนด์ฮอตเสิร์ชทันที
‘สามสาวตกน้ำ ชายพลเมืองดีกระโดดช่วยสุดชีวิต แม่เด็กสวนกลับ: ฉันไม่ได้ขอให้ช่วยสักหน่อย!’
อาการยังไม่ทราบแน่ช