ายกันทั้งบ้าน
เรื่องนี้พอจะเข้าใจได้… แต่เด็กคนอื่น ๆ ควรจะเต็มไปด้วยความสดชื่น กลับนอนตื่นสายกันหมดแบบนี้
มันน่านัก!
“ซู่เป่าเองก็ยังตื่นไม่ไหวเหมือนกันครับ” ซูอีเฉินไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เอ่ยเสียงเรียบ
ท่านผู้เฒ่าซูเปลี่ยนสีหน้าทันควัน “อ้อ… ซู่เป่านั่นไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นเด็กผู้หญิง…”
ซูอีเฉินเหลือบตาขึ้นมองคุณพ่อตัวเองหนึ่งครั้งด้วยสายตาว่างเปล่า
ท่านผู้เฒ่าซูรีบกระแอมเปลี่ยนคำพูด “เอ่อ… หมายถึงเด็กผู้หญิงก็ควรจะนอนเร็วตื่นเร็วเหมือนกัน! เดี๋ยวฉันให้คนขึ้นไปปลุกพวกนั้นเอง”
อย่างน้อยก็ให้ตื่นมากินอาหารเช้าก่อนแล้วค่อยกลับไปนอนต่อก็ยังดี… เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะเอา
“เมื่อคืนนี้ฟ้าร้องดังมากเลยนะ คุณรู้ไหม?” คุณนายซูถือตะกร้าซาลาเปาทอดพลางบังคับรถเข็นไฟฟ้าออกมาจากครัว
“หืม? อากาศแบบนี้จะมีฟ้าร้องได้ยังไง?” ท่านผู้เฒ่าซูชะงัก ขมวดคิ้วสงสัย
คุณนายของบ้านแสยะยิ้มประชด “หึ! แค่ฟ้าร้องที่ไหนล่ะ หลังคาบ้านจะปลิวหายไปอยู่แล้วคุณยังไม่ได้ยินเลยมั้ง?” หญิงชรายังคงบ่นอุบด้วยความหงุดหงิด “ก็รู้อยู่หรอกว่าคุณน่ะมันหลับเหมือนหมู!”
ท่านผู้เฒ่าซูทำปากเบ้ใส่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ก่อนหันกลับไปสนใจหนังสือพิมพ์ในมือต่อเพื่อตัดบท
ในห้องของซูเหอเวิ่น
ที่จริงเขาตื่นมานานแล้ว แต่ตอนนี้เขากำลังก้มหน้าก้มตาเขียนบางอย่างลงบนกระดาษเอาเป็นเอาตาย!
“เมื่อคืนนี้น้องสาวเก็บกวาด วิญญาณอาฆาต ไปได้ถึง 23 ตน และ วิญญา