กายวับแวมเหมือนกลุ่มหิ่งห้อยอยู่กลางอากาศ
“นั่นคือเศษวิญญาณของคุณแม่!” ซู่เป่าดวงตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ
ที่แท้ วิธีการ “ล่อปลา” ของจี้ฉางก็ได้ผลลัพธ์เกินคาดจริง ๆ
เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปคว้าแสงสีทองที่ใกล้ที่สุดแล้วประคองเข้าสู่ร่างของซูจิ่นอวี้ แสงชิ้นที่เหลือค่อย ๆ ลอยมาวนเวียนรอบตัวเธอ ก่อนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน…
บนโถงทางเดินบัดนี้เหลือเพียงวิญญาณไม่กี่ตนหวาดกลัวจนสั่นเทา พวกมันคุกเข่าราบกับพื้นพร้อมร้องขอชีวิต
“อย่าฆ่าฉันเลย…”
“เมตตาลูกฉันด้วย…”
จี้ฉางลดมือลงพลางมองพวกมันด้วยสายตาเย็นชาไร้ความเห็นใจ
ซูอิงเอ๋อร์มองตาค้าง
น่าโมโหชะมัด… เผลอถูกความเท่ของหมอนี่สะกดเข้าให้จนได้!
ซูเหอเวิ่นดวงตาเป็นประกายวิบวับ
อาจารย์ของซู่เป่าโคตรหล่อเลย!!! ผมก็อยากเป็นมือปราบวิญญาณที่เท่ระเบิดแบบนั้นบ้าง!
“อาจารย์พ่อเจ๋งที่สุด! อาจารย์เทพจริง ๆ เลยค่ะ!” ซู่เป่ากระโดดโลดเต้นที่หาเศษเสี้ยววิญญาณของคุณแม่เจอถึง 8 ชิ้นในคราวเดียว
ดูเอาเถอะ เจ้าตัวน้อยเริ่มซึมซับศัพท์สแลงจากโลกมนุษย์มาใช้อีกแล้ว
จี้ฉางสะบัดแขนเสื้อกว้าง ยืนประสานมือไว้ด้านหลังอย่างผู้ทรงศีลต่อหน้าดวงวิญญาณที่เหลือเพียงไม่กี่ตน ผีเด็กหญิงตัวน้อยสั่นงันงก กอดขาผีแม่ที่หน้าท้องแหว่ง ส่วนทารกผีก็รีบคลานกลับเข้าสู่อ้อมอกแม่ด้วยความกลัวจับใจ
ผีผู้หญิงคนนั้นอุ้มลูกทั้งสองไว้พลางร่ำไห้ปานจะขาดใจ “อย่าเก็บฉันเลยนะคะ… ฉันแค่สงสารลูก ๆ ฉันไม่ได้