ล่งออกมาจากอักขระบนด้ายแดงซัดจนกระเด็นหวืดออกไป
ซูอิงเอ๋อร์จ้องมองด้ายแดงบนข้อมือหลานสาวด้วยความทึ่ง
เชือกธรรมดา ๆ แค่นี้ แต่กลับมีพลังมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ?
สถานการณ์กลับยิ่งวุ่นวายหนักขึ้น เมื่อดวงวิญญาณเริ่มหลุดรอดออกมานับไม่ถ้วน ทั้งผีเด็กหญิงที่วิ่งรบกวนพลางหัวเราะคิกคัก ยายแก่ในชุดศพเดินจี้ตามหลังซูอิงเอ๋อร์ไม่ห่างพลางเซ้าซี้ขอยืมร่างกายเขาใช้แก้ขัด
ยังไม่นับทารกผีที่คลานยั้วเยี้ย และวิญญาณผู้หญิงตายทั้งกลมซึ่งเอาแต่พร่ำบ่นขอบุญกุศลให้ลูกน้อย… วิญญาณกว่าสามสิบตนทำให้คฤหาสน์ราวกับกลายเป็นป่าช้าย่อม ๆ !
ซูอิงเอ๋อร์และซูเหอเวิ่นต่างยืนแข็งค้างด้วยสีหน้าหวาดวิตกไม่ต่างกัน
แต่แล้วในจังหวะที่ความโกลาหลถึงขีดสุด แสงสีขาวนวลตาก็พลันวาบผ่านไป เหล่าวิญญาณร้ายต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวจนต้องวิ่งหนีแตกกระเจิง
จี้ฉางปรากฏกายขึ้นท่ามกลางสายลมพัดโบกสะบัดอาภรณ์ขาวของเขาให้ดูสง่างาม มือหนึ่งคว้าหมับเข้าที่คอของผีชุดแดง ก่อนมีเสียงดัง ฉึ่ก!
ผีร้ายกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย ร่างจึงแตกสลายกลายเป็นไอวิญญาณลอยละล่องเข้าไปในน้ำเต้าอาคมในมือของซู่เป่าอย่างง่ายดาย
จี้ฉางสะบัดชายเสื้อเพียงครั้งเดียว วิญญาณร้ายที่เหลืออยู่บนโถงทางเดินต่างก็กรีดร้องออกมา ร่างของพวกมันถูกรีดพลังออกมา และถูกดูดหายเข้าไปในน้ำเต้าจนหมดสิ้น!
ท่ามกลางกลุ่มควันที่จางลง เศษแสงสีทอง 7-8 ชิ้นพลันลอยเด่นขึ้นมา ส่องประ