ม่วางตา
มู่กุยฝานหลังจากจ่ายเงินเสร็จก็นั่งพักอยู่ริมสวนดอกไม้ใจกลางห้าง โดยมีสองแสบนั่งขนาบข้าง หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินผ่านไปถึงกับต้องเหลียวหลังกลับมามองความหล่อเหลาจนเดินชนประตูเข้าอย่างจัง ปัง!
“ฮ่าฮ่าฮ่า! พี่สาวคนนั้นต้องอยากกินไอศกรีมของฉันแน่ ๆ ถึงได้มองตามขนาดนี้!” หานหานหัวเราะร่า
“หนูว่าพี่เขาน่าจะมองคุณพ่อของหนูมากกว่านะ” ซู่เป่ารีบค้าน
มู่กุยฝานลูบหัวเด็กน้อย “หึ ๆ… เขามองพวกหนูต่างหาก”
จี้ฉางเห็นภาพความอบอุ่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าไร้ซึ่งคำพูด เขาหมุนตัวไปนั่งขัดสมาธิที่ขอบแปลงดอกไม้แล้วเปิดสมุดขึ้นมาดูด้วยความจำใจ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาพลิกดูจนหน้ากระดาษแทบขาด แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของซูจิ่นอวี้เลยแม้แต่น้อย
“หายไปไหนกันนะ ขนาดซู่เป่าช่วยหาแทบตายยังไม่เจอ น่าสงสัยจริง ๆ…” จี้ฉางพึมพำ
ทันใดนั้น เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากรถไอศกรีมด้านหลัง “คุณน้าคะ รบกวนหยิบไอศกรีมให้หนึ่งถ้วยค่ะ” คนขายถามกลับ “หนูเอารสอะไรดีจ๊ะ?”
ซูเสี่ยวอวี้กำลังจะอ้าปากสั่งรสออริจินัลที่เธอชอบ ทว่าซูจิ่นอวี้ทาบติดอยู่บนตัวเธอกลับจ้องมองรสโยเกิร์ต สตรอเบอร์รี่ และมะม่วงตาเป็นมัน… เธออยากกินรสพวกนั้น!
ผลปรากฏว่าเมื่อซูเสี่ยวอวี้อ้าปาก คำพูดที่หลุดออกมากลับเป็น “รสโยเกิร์ต สตรอเบอร์รี่ และมะม่วง อย่างละหนึ่งลูกค่ะ”
ซูเสี่ยวอวี้งุนงงไปชั่วขณะ
ไม่ใช่สิ… ในใจเราอยากกินรสออริจินัลนี่นา!
ซู่เป่าได้ยินคนส