ั่งรสเดียวกับเธอเป๊ะจึงหันกลับไปมองทันที “ว้าว! สั่งเหมือนกันเลยนะคะ!”
ทันทีที่เห็นหน้าคู่สนทนา ซู่เป่าก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ หญิงสาวในเสื้อยืดสีเหลืองและกางเกงเอี๊ยมยีนส์ตรงหน้า มีดวงวิญญาณดวงหนึ่งเกาะติดอยู่… เป็นวิญญาณที่เปล่งประกายสีทองเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!
“อาจารย์… นั่นวิญญาณอะไรคะ ทำไมถึงมีแสงสีทอง…” ซู่เป่าจ้องมองซูจิ่นอวี้ตาไม่กระพริบ ในใจรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างเอ่อล้นออกมา
จังหวะนั้นเองซูจิ่นอวี้หันหน้ามาสบตากับซู่เป่าพอดี
ซู่เป่าตกตะลึงจนตาค้าง ถ้วยไอศกรีมในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง ป๊อก!
จี้ฉางที่หันมามองพอดีถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนแทบตกจากขอบแปลงดอกไม้
“แม่เจ้าช่วย?! นั่นมัน…!!” จี้ฉางไม่อาจเก็บอาการได้อีกต่อไป วิญญาณที่เปล่งแสงสีทองประดุจบุญบารมีท่วมท้นเช่นนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซูจิ่นอวี้!
“เธอ… เหตุใดเธอถึงไปอยู่ในร่างของคนอื่นได้!” จี้ฉางสับสน ซูจิ่นอวี้ไม่ใช่ผีร้ายหรือวิญญาณอาฆาต เธอไม่มีทางเข้าสิงร่างคนอื่นได้ง่าย ๆ เช่นนี้
แต่เมื่อเห็นแสงสีทองที่ห่อหุ้มตัวเธอไว้เขาก็เข้าใจทันที…
นี่ไม่ใช่การสิงสู่แบบผีร้าย แต่เป็นเหมือนเทพแห่งโชคลาภเสด็จมาเยือนมากกว่า!
ซู่เป่าพุ่งเข้าไปกอดขาซูเสี่ยวอวี้ไว้แน่น พลางเงยหน้ามองซูจิ่นอวี้ที่อยู่เบื้องหลังด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา
“คุณแม่คะ!”
ซูเสี่ยวอวี้ชะงักกึก
เด็กน้อย… ถ้าหนูอยากกินไอศกรีมขนาดนั้นก็บอกกั