นดี ๆ เถอะ ไม่ต้องถึงกับเรียกพี่ว่าแม่ก็ได้!
แต่ซู่เป่าไม่ยอมปล่อยมือ เธอสะอื้นไห้พลางเรียกหาคุณแม่ซ้ำ ๆ ด้วยความน่าสงสาร ซูจิ่นอวี้เองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำเรียกนั้น
เด็กคนนี้… คือใครกัน?
ดวงหน้าเล็ก ๆ ขาวอวบน่าเอ็นดู มีแก้มป่องเหมือนเด็กทารก ผมหน้าม้าถูกรวบด้วยกิ๊บรูปกระต่ายสีขาวเปิดให้เห็นหน้าผากกลมมน
ในวินาทีที่จ้องประสานตากัน ซูจิ่นอวี้รู้สึกเหมือนมีภาพบางอย่างวูบผ่านสมองไป แม้ยังนึกไม่ออกแต่หัวใจกลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ เธอรู้สึกโหยหาและอยากจะโอบกอดเด็กน้อยคนนี้ไว้ในอ้อมแขนเหลือเกิน
ซูจิ่นอวี้พยายามดิ้นรนจะออกจากร่างของซูเสี่ยวอวี้ แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้
ทางด้านหานหานยืนอ้าปากค้างด้วยความงงงัน ส่วนมู่กุยฝานที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้รีบก้าวเท้าเข้ามาหาพลางเอ่ยขอโทษ “ขอโทษด้วยครับ นี่คือลูกสาวของผมเอง…”
มู่กุยฝานก้มหน้ามองซู่เป่าที่ยังคงจ้องมองซูเสี่ยวอวี้ด้วยดวงตาคลอน้ำตาอยู่ข้างหลัง สายตาของเขาวูบไหวด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย ก่อนเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่า “ต้องขออภัยด้วยครับ ลูกสาวผมเพิ่งสูญเสียคุณแม่ไป เธอคงจะจำคนผิด”
ซูเสี่ยวอวี้อุทานเบา ๆ “อย่างนั้นหรือคะ…”
เมื่อเห็นเด็กน้อยผู้น่ารักกำลังสะอื้นไห้จนขอบตาแดงก่ำ ซูเสี่ยวอวี้ก็รู้สึกใจอ่อนจนปฏิเสธไม่ลง เธอลังเลเพียงครู่ แล้วจึงยื่นถ้วยไอศกรีมในมือส่งให้ซู่เป่า
“นี่จ้ะ ให้หนูนะ พอดีไอศกรีมของหนูตกล