งพื้นไปแล้ว”
ซู่เป่าใช้มือน้อยขยี้ตาพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ถ้าหนูรับมา พี่สาวก็ไม่มีทานแล้วสิคะ…”
ขณะที่ซูเสี่ยวอวี้กำลังจะเอ่ยตอบ พนักงานสาวขายไอศกรีมก็โพล่งขึ้นด้วยความตื่นเต้น “ว้าว! คุณคือลูกค้าคนที่หนึ่งพันของร้านเราในวันนี้พอดีเลยค่ะ! รอสักครู่นะคะ ทางร้านมีของขวัญพิเศษมอบให้ด้วย!”
ซูเสี่ยวอวี้ถึงกับยืนอึ้ง
พนักงานรีบจัดแจงตักไอศกรีมรสชาติเดียวกันออกมาอีกถ้วย “เรียบร้อยค่ะ! โปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่งสำหรับผู้โชคดี!” พนักงานเอ่ยพลางยิ้มแย้มยินดี
ซูเสี่ยวอวี้รับถ้วยไอศกรีมมาด้วยสีหน้างุนงง พร้อมกล่าวขอบคุณ เธอรู้สึกว่าความโชคดีในวันนี้มันดูประจวบเหมาะจนเกินไปจริง ๆ
ขอบแปลงดอกไม้ตอนนี้ มีคนนั่งเรียงกันอยู่สี่คน ประกอบด้วย ซู่เป่า ซูเสี่ยวอวี้ หานหาน และมู่กุยฝาน
ซู่เป่ากุมมือซูเสี่ยวอวี้ไว้แน่น สายตาจดจ้องอยู่เหนือศีรษะของเธอ
ความจริงแล้ว เด็กน้อยกำลังจ้องมองดวงจิตของซูจิ่นอวี้ไม่วางตา
“หนูน้อย บนหน้าพี่มีอะไรติดอยู่หรือเปล่าจ๊ะ?” ซูเสี่ยวอวี้รู้สึกแปลกใจจนต้องลูบหน้าผากตัวเอง
ซู่เป่าส่ายหน้าช้า ๆ
บนใบหน้าไม่มีอะไร… แต่มีคุณแม่ของเธออยู่ตรงนั้น!
ซูจิ่นอวี้มองซ้ายมองขวาจนมั่นใจว่าซู่เป่ากำลังจ้องมองเธอจริง ๆ และเรียกเธอว่าแม่ด้วยความรักใคร่ เธอจึงชี้ที่ตัวเองด้วยความประหลาดใจ “หนูน้อย… หนูรู้จักพี่อย่างนั้นหรือ?”
เจ้าตัวเล็กทำปากบู้ น้ำตากลับร่วงเผาะ “ฮือ ๆ คุณแม่จำซู่