เป่าไม่ได้แล้ว!”
“เรื่องนี้… อาจเป็นเพราะดวงจิตของเธอกระจัดกระจายไปตามที่ต่าง ๆ ทำให้สูญเสียความทรงจำส่วนสำคัญไป…” จี้ฉางลอยอยู่ข้าง ๆ ถึงกับกุมขมับด้วยความหนักใจ
เขารีบเอ่ยสำทับเพื่อปลอบโยนซู่เป่า “แต่ไม่เป็นไรนะ เราจะช่วยกันตามหาเศษเสี้ยว ดวงจิตทั้งสามและเจตภูตทั้งเจ็ด ส่วนที่เหลือกลับมาให้ครบ แล้วแม่ของเธอจะจำทุกอย่างได้เอง!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซู่เป่าจึงเริ่มเข้าใจเหตุผล ขอเพียงหาชิ้นส่วนของคุณแม่ที่เหลือให้เจอ คุณแม่ก็จะกลับมาจำซู่เป่าได้ใช่ไหม?
“อืม! ไม่เป็นไรที่คุณแม่จะลืมหนูไป ซู่เป่าจะช่วยให้คุณแม่จำได้เองค่ะ…” ซู่เป่าพยักหน้าหนักแน่น
ซูเสี่ยวอวี้มองไปทางมู่กุยฝานด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
พี่ชายคะ ช่วยจัดการลูกสาวคุณที!
เธอเป็นสาวบริสุทธิ์ที่มีชายในดวงใจอยู่แล้ว ยังไม่อยากกลายเป็นคุณแม่ลูกติดขึ้นมาดื้อ ๆ แบบนี้
มู่กุยฝานเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในใจได้บางอย่าง หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยขึ้น “ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ ปกติลูกสาวผมไม่เคยทำกิริยาเช่นนี้กับใคร ไม่ทราบว่าวันนี้จะรบกวนคุณช่วยพาเธอไปส่งที่บ้านหน่อยได้ไหมครับ?”
เขารีบเสริมเพื่อไม่ให้หญิงสาวเกิดความระแวง “คุณวางใจได้ครับ ที่บ้านมีคุณตาคุณยายและคุณลุงอยู่กันหลายคน”
ตอนแรกซูเสี่ยวอวี้ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาอ้อนวอนอันน่าสงสารของซู่เป่า คำพูดเหล่านั้นก็กลืนหายไป “ก็ได้ค่ะ…”
“ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะค