บทที่ 149 เหยียบเรือสองลำ… ย่อมไม่ตายดี (TW : เนื้อหาเกี่ยวกับการตาย)
ใบหน้าของผีเจ้าชู้ซีดเผือดดุจเถ้าถ่าน เมื่อนึกย้อนถึงวาระสุดท้ายของตนเอง
“ในชั่วขณะที่ร่างร่วงหล่นลงไป ใครจะรู้บ้างว่าฉันหวาดกลัวแค่ไหน?”
“ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวจนขวัญกระเจิง ยังไม่ทันที่ร่างจะกระแทกพื้น ใจก็ขาดสะบั้นเพราะความกลัวเสียก่อน จากนั้นฉันก็ได้แต่ยืนมองร่างตัวเองกระแทกลงบนพื้น สมองแตกกระจายต่อหน้าต่อตา…”
เนื่องจากวิญญาณยังออกจากร่างไม่สมบูรณ์ เธอจึงยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกายได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าสยดสยองที่สุด คือการเห็นเศษสมองสีขาวปนแดงของตนเอง
กระเด็นมาติดหน้าวิญญาณจนเต็มไปหมด มันเป็นความหวาดผวาและความเสียใจที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
อาคารที่หนิงไป๋เฟยเลือกปลิดชีพตนเองนั้นเป็นตึกหรูบนเนินเขา ซึ่งเป็นทำเลที่มีพลังหยางแก่กล้าในหมู่บ้าน หลังจากตาย วิญญาณของเธอจึงถูกกักขัง ไม่สามารถล่องลอยไปไหนได้ ต้องวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับการตกจากดาดฟ้า และเผชิญความสยองขวัญยามสมองกระเด็นใส่หน้าทั้งวันทั้งคืน
เธอต้องทนทุกข์อยู่อย่างนั้นนานนับสิบปี จนกระทั่งกลายเป็นปีศาจร้าย ถึงสามารถหลุดพ้นจากสถานที่แห่งนั้นได้
“ฉันช่างน่าสงสารจริง ๆ…” ผีเจ้าชู้ปาดน้ำตาพลางสะอึกสะอื้น “น่าสงสารเหลือเกิน ฮือ ๆ ๆ”
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าทำมุมสี่สิบห้าองศาให้น้ำตาไหลนองหน้า “ครั้งหนึ่งเคยมีความรักที่จริงใจอยู่ตรงหน้า แต่ฉันกลับไม่ทะนุถนอ