กเลย!”
ผีเจ้าชู้ที่เกาะอยู่บนศีรษะของเธอหัวเราะร่าด้วยเสียงหวานปานน้ำผึ้ง
“เลิกทะเลาะกันเถอะค่ะ! พวกคุณอย่ามาต่อสู้กันเพื่อฉันแบบนี้เลย…” หลินเสวี่ยอิงโพล่งออกไปตามคิดทันที
ชายทั้งสามชะงักไปชั่วครู่ ก่อนพร้อมใจกันหันมามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า
พระเจ้า! นี่ฉันทำอะไรลงไป? แทนที่จะรีบหนีดันไปพูดบ้าอะไรออกมา!
“คุณซูคะ… ฉัน… ฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะคะ!” หลินเสวี่ยอิงพยายามแทรกตัวหนีไป แต่แฟนหนุ่มทั้งสามกลับร่วมใจกันขวางทางเธอไว้!
“เชอร์รี่น้อย สองคนนี้เป็นใคร? วันนี้เธอต้องอธิบายให้เคลียร์” อี้ปินคาดคั้น
ดวงตาของโจวเซียวเต็มไปด้วยความปวดร้าว “เธออธิบายเรื่องของฉันกับคนอื่นแบบนั้นเหรอ? บอกว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงงั้นเหรอ?”
อวี๋เซินเหมี่ยวกำหมัดแน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เชอร์รี่น้อย… บอกฉันมาว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง แค่เธอพูดออกมาคำเดียว ฉันก็จะเชื่อเธอ…”
เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ทั้งที่เมื่อคืนเธอยังอยู่ในอ้อมกอดของเขาแท้ ๆ…
สำหรับอวี๋เซินเหมี่ยวแล้ว เขาพร้อมจะมองข้ามทุกอย่าง เพราะเขามั่นใจว่าครั้งแรกของเธอเป็นของเขา เขาให้อภัยอดีตได้ทุกเรื่อง ขอแค่เธอเลือกอยู่กับเขาด้วยความจริงใจ
ทว่าหลินเสวี่ยอิงกลับพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “พวกนายทำอะไรกันน่ะ… พวกคุณทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันมองพวกคุณเป็น ‘พี่ชาย’ มาตลอดนะ…”
“มองเป็นพี่ชาย? แล้วที่บอกว่าจะแต่งงานกับฉันล่ะ! มี