ทันใดนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจก ใบหน้าของเธอยังดูงดงามแม้มีคราบน้ำตา แต่ว่า… ชายที่กำลังกอดเธออยู่นี้กลับเป็นเพียงผู้ชายธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นเลย
ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าเขาสดใสและหล่อที่สุดในบรรดาแฟนหนุ่มหลายคนของเธอ แต่หลังจากได้พบกับซูอีเฉินและมู่กุยฝาน หลินเสวี่ยอิงกลับรู้สึกว่าโจวเซียวคนนี้ช่างไม่คู่ควรกับเธอเอาเสียเลย
ความเบื่อหน่ายแล่นพล่านขึ้นมาในใจจนเธอร้องไห้ไม่ออก หญิงสาวแสนดีและงดงามอย่างเธอ เวลาเจ็บปวดแบบนี้ ควรจะมีอ้อมกอดของคนระดับซูอีเฉินหรือมู่กุยฝานมาปลอบประโลมสิ!
หลินเสวี่ยอิงผลักโจวเซียวออกกะทันหันแล้ววิ่งหนีออกไปทันที
“เสวี่ยอิง! รอพี่ก่อน!” เขารีบวิ่งตามไป แต่กลับไม่พบร่องรอยของเธอตรงทางเดินเลย โจวเซียวรีบกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างด้วยความเร่งร้อน
หลังจากที่เขาไปแล้ว ในมุมมืดตรงบันไดหนีไฟก็ปรากฏแสงสว่างขึ้นเล็กน้อย เงาร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ…
เป็นหลินเสวี่ยอิงนั่นเอง!
“ขอโทษนะพี่โจวเซียว พวกเราคงอยู่ด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว โชคชะตาลิขิตให้เราพบกัน แต่ไม่อาจเดินร่วมทางกันได้ตลอดไป… ฮือ ๆ ๆ” เธอปิดปากพึมพำด้วยความเจ็บปวด
หลินเสวี่ยอิงที่หัวใจแตกสลาย…. เดินทางไปหาแฟนอีกคนชื่อ อี้ปิน ทันที
อี้ปินทั้งตกใจและดีใจ “เชอร์รี่น้อย! ลมอะไรหอบเธอมาที่นี่ล่ะ?”
หลินเสวี่ยอิงมองอี้ปินด้วยสีหน้าเศร้าซึมอย่างที่เธอคิดไว้ แต่ยิ่งมองเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาไม่คู่ควรกับเธอมากข