น
“นั่งลงสิ” คุณนายซูเอ่ยเสียงเรียบ
หลินเสวี่ยอิงดีใจจนเนื้อเต้น เธออยากไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับพวกเขานัก แต่เพื่อรักษามาดกุลสตรี เธอจึงเลือกนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้ามแทน
เธอยิ้มหวานให้คุณนายซูพลางชวนคุย “คุณนาย ทานข้าวหรือยังคะ?”
ในวินาทีที่พูดออกไป สมองของเธอก็เริ่มจินตนาการบทละครขึ้นมาอีกครั้ง คุณนายซูคือราชินีผู้ทรงอำนาจที่เอ็นดูเธอมาก และกำลังกลุ้มใจว่าจะเลือกให้เธอแต่งงานกับลูกชายคนไหนดี…
“เธอคิดว่ายังไงล่ะ?” เสียงเย็นเยียบของคุณนายซูดึงเธอกลับสู่ความจริง
“อา… เอ่อ ทานแล้วสินะคะ? ฮ่า ๆ ฉันนี่โง่จริง ๆ เลย พูดจาไม่เข้าหูเสียได้ ทำให้คุณนายต้องขำแล้ว” หลินเสวี่ยอิงรีบยกกำปั้นเล็ก ๆ มาเคาะศีรษะตัวเองเบา ๆ พลางทำท่าทางขัดใจตัวเอง “โง่จังเลยเรา… โง่จริง ๆ นะเนี่ย~”
ซู่เป่าจ้องมองวิญญาณหญิงสาวที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของหลินเสวี่ยอิง ในตอนนี้ทั้งวิญญาณและตัวจริงต่างก็มีสีหน้าเหมือนกันเปี๊ยบ คือดวงตาเต็มไปด้วยความลุ่มหลง เดี๋ยวก็มองลุงใหญ่ด้วยความเขินอาย เดี๋ยวก็แอบมองพ่อของเธอแล้วบิดตัวไปมา
“หึ… สมองแม่คนนี้ไม่รู้คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” จี้ฉาง หัวเราะเยาะเบา ๆ เขาพลิกสมุดเล่มเล็กในมือพลางอธิบาย “พวกคนประเภทนี้มักใช้ชีวิตอยู่ในโลกมโนของตัวเอง ดูจากสีหน้าแล้ว คงดูละครน้ำเน่าไร้สาระมามากเกินไปแน่ ๆ”
ซู่เป่าฟังอาจารย์พร่ำสอนเรื่อง “มารีซู” อย่างตั้งอกตั้งใจ จนเธอตัดสินใจว่าจะไปขอให้