พี่ชายซูเหอเวิ่นช่วยหาละครแนวนี้มาดูบ้าง เพื่อศึกษาพฤติกรรมแปลก ๆ นี้ให้เข้าใจถ่องแท้
ในตอนนั้นเอง ลุงเนี่ยที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ก็เดินกลับเข้ามา เขาก้มลงกระซิบรายงานบางอย่างข้างหูซูอีเฉิน
หลินเสวี่ยอิงที่ยังไม่รู้ตัวยังคงแสดงบทบาทสำนึกผิดต่อไป “วันนั้นเด็กทั้งสองคนยืนอยู่ต่อหน้าฉันแท้ ๆ แต่ฉันกลับหยุดพวกเขาไว้ไม่ทัน… เป็นความผิดของฉันคนเดียวค่ะ พอเห็นคนรุมด่าซู่เป่าในอินเทอร์เน็ต ฉันก็รู้สึกผิดจนหัวใจแทบจะแตกสลาย…” พูดไปเธอก็เริ่มทำตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้
“ลุงเนี่ย ส่งแขก” เสียงสั่งการที่เย็นเยียบของซูอีเฉินดังขึ้นทันที
หลินเสวี่ยอิงซึ่งกำลังซึ้งในบทบาทของตัวเองถึงกับชะงักงัน “อะไรนะ… ส่ง… ส่งแขกเหรอคะ?”
ไม่ถูกสิ! เธอแสดงความอ่อนแอขนาดนี้แล้ว พวกเขาควรเข้ามาปลอบใจเธอว่า ‘ไม่เป็นไรนะ ไม่ใช่ความผิดของเธอ’ หรอกหรือ? ทำไมถึงไล่กันกะทันหันแบบนี้!
“เชิญครับ!” ลุงเนี่ยผายมือเชิญ
“คุณซู… ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ?” เธอลุกขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน กัดริมฝีปากมองซูอีเฉินด้วยสายตาตัดพ้อ
ใช่แน่ ๆ พอเธอพูดเรื่องดูแลซู่เป่าไม่ดี พวกเขาต้องโกรธมากแน่ ๆ พวกเขานั่นแหละที่สั่งให้ผู้อำนวยการไล่เธอออก!
“เธอไม่ได้พูดอะไรผิด แต่เป็นพวกเราเองที่ผิด… เราไม่ควรปล่อยให้เธอเข้ามาตั้งแต่แรก” คุณนายซูแสดงสีหน้าเย็นชาไร้เยื่อใย
หลินเสวี่ยอิงยังไม่ทันได้อ้าปากเถียง ก็ถูกลุงเนี่ยกึ่งบังคับให้เดินออกไปจากคฤหาสน์ทันที