ก็บดวงดาวได้แล้วนะ!” ซู่เป่าพูดเจื้อยแจ้วอย่างเริงร่า
“หนูจะเก็บให้คุณยายหนึ่งดวง ให้คุณตาหนึ่งดวง ให้คุณลุงใหญ่ ลุงรอง ลุงสาม ลุงสี่ ลุงห้าคนละดวง… แล้วก็พวกพี่ชายพี่สาวด้วยค่ะ…”
“และอีกดวงให้คุณพ่อ อีกดวงให้เสี่ยวอู่ อีกดวงให้คุณปู่เต่า…”
เด็กน้อยตั้งใจนับสมาชิกในครอบครัวไปรอบหนึ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งนกและเต่า
มู่กุยฝานยิ้มมุมปาก เขาจับมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างของเธอชูขึ้นสูง พ่อลูกคู่นี้หัวเราะหยอกล้อกันเหมือนเด็ก ๆ ขณะเดินขึ้นบันได แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงดัง โป๊ก!
“โอ๊ย! หนูชนขอบประตูเข้าแล้ว!” ซู่เป่ากุมศีรษะตัวเองทันควัน
“อ้าว ทำไมล่ะ? พ่อว่าพ่อก้มตัวลงแล้วนะ…” มู่กุยฝานชะงัก
“ก้มไม่พอค่ะ ต้องก้มให้ต่ำกว่านี้อีกเยอะเลย!” ซู่เป่าบ่นอุบ
“อืม… ความผิดของพ่อเอง” มู่กุยฝานยอมรับผิดแต่โดยดี
คนในตระกูลซูที่เห็นเหตุการณ์ต่างทั้งโกรธทั้งขำ
“มู่กุยฝานนี่ช่างเป็นคุณพ่อที่ไว้ใจไม่ได้จริง ๆ ทำลูกเจ็บตัวจนได้!
คุณนายซูบ่นพึมพำ แต่ก็ยังรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล
*
ด้านนอกคฤหาสน์ หลินเสวี่ยอิงมองดูประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดลงต่อหน้า น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาเธอสะอึกสะอื้นพรางตัดพ้อ “ฉันทำอะไรผิดกันแน่เนี่ย!”
เธอมาที่นี่เพื่อขอโทษด้วยความจริงใจแท้ ๆ
แต่ทำไมคนตระกูลซูถึงใจร้าย ไม่ยอมแม้แต่จะฟังคำอธิบายของเธอเลยสักคำ…