าป้อนเกลือให้ตัวเองหนึ่งถุง!”
“อื้ม! หนูจะป้อนเกลือให้ตัวเองหนึ่งถุง!” ซู่เป่าพยักหน้า
จี้ฉางถึงกับมุมปากกระตุก…
“โถ่… แม่คุณ ที่เขาบอกว่าให้เกลือตัวเองน่ะ มันหมายถึงการออกมาพูดเพื่อตัวเอง ไม่ใช่ป้อนเกลือจริง ๆ สักหน่อย…”
ซู่เป่าสวมรองเท้าแตะขนนุ่ม วิ่งตึง ๆ ๆ ไปยังห้องของซูเหอเวิ่น
ในห้องนั้น ซูเหอเวิ่นกำลังผมยุ่งเหยิงเพราะมัวแต่ขยี้หัวไปมา ขณะเปิดศึกด่ากราดกับชาวเน็ตอย่างไม่ลดละ เขาปากแห้ง ตาพร่า จนแทบเห็นดาวอยู่รำไร
เมื่อเห็นน้องสาวตัวน้อยวิ่งเข้ามา เขารีบซ่อนโทรศัพท์มือถือทันทีแล้วถามเสียงอ่อน “ซู่เป่า… มีอะไรหรือเปล่า?”
“พี่ชายไม่ต้องปิดบังหนูแล้วนะคะ! หนูรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว” ซู่เป่าเอ่ยด้วยแววตามุ่งมั่น
ซูเหอเวิ่นนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง พยายามเค้นคำปลอบโยน “ซู่เป่า… อย่าไปฟังที่คนพวกนั้นพูดจาเลอะเทอะเลยนะลูก คนพวกนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง ตอนนี้ทุกคนกำลังจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วล่ะ!”
“พี่ชายคะ หนูอยากพูดด้วยตัวเองค่ะ” ซู่เป่าส่ายหัวช้า ๆ
“หือ? พูดอะไรนะ?” ซูเหอเวิ่นงุนงง
“หนูจะเป็นตัวแทนพูดเพื่อตัวหนูเองค่ะ! สิ่งที่หนูไม่เคยทำ หนูจะยืนขึ้นมาพูดให้ชัดเจน พวกเขาจะมาข่มเหงหนูแบบนี้ไม่ได้หรอก!” ซู่เป่าเน้นเสียงดังฟังชัด
คุณพ่อเคยบอกไว้… ว่าห้ามยอมเสียเปรียบให้ใครแม้แต่นิดเดียว!
ซูเหอเวิ่นอ้าปากค้าง แต่แล้วต่อไฟในใจของเขาก็ถูกน้องสาวจุดติดขึ้นมา “ดี! พี่จะช่วยเตรียมอุปกรณ