์ให้เธอเดี๋ยวนี้แหละ!”
เด็กโข่งกับเด็กน้อยเริ่มติดตั้งกล้องและเตรียมถ่ายวิดีโอกันทันที พวกเขาทำจริงพูดจริงโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย หากซู่เป่าไปหาซูอีเฉิน เขาคงไม่มีทางยอมให้เธอทำอะไรที่เสี่ยงต่อกระแสสังคมแบบนี้แน่
แต่สำหรับเด็ก ๆ อย่างซูเหอเวิ่นและซู่เป่า ทั้งคู่ไม่ได้มองถึงผลเสียที่ซับซ้อนเหมือนผู้ใหญ่ แต่เลือกบุกตรงไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่ซื่อตรง
กว่าซูอีเฉินจะพบว่าหลานสาวกำลังออกหน้าพูดเพื่อตัวเอง ทุกอย่างก็สายเกินแก้เสียแล้ว…
*
เหล่าชายหนุ่มตระกูลซูนั่งเครียดอยู่ในห้องหนังสือต่างพากันตะลึง เมื่อจู่ ๆ ก็ได้รับการแจ้งเตือนวิดีโอใหม่ พอเปิดดูก็พบว่าซู่เป่านั่งตัวตรงอยู่หน้ากล้อง มือน้อย ๆ วางซ้อนกันบนหัวเข่าอย่างเรียบร้อย เธอขยิบตาโตด้วยความประหม่าเล็กน้อย ก่อนถามเสียงเบา “เรียบร้อยหรือยังคะ? เริ่มได้เลยใช่ไหม?”
“เรียบร้อยแล้ว เริ่มเลย!” เสียงของซูเหอเวิ่นดังมาจากหลังกล้อง
ซู่เป่าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มองมายังกล้อง “สวัสดีค่ะ คุณลุง คุณป้า พี่ชาย และพี่สาวทุกคน…”
“หนู… หนูคือซู่เป่า เด็กไม่ดีที่ทุกคนกำลังพูดถึงกันอยู่ในตอนนี้ค่ะ”
เด็กน้อยเม้มริมฝีปากแน่น ตอนแรกเธอไม่กล้าสบตากับกล้องตรง ๆ แต่ความกล้าหาญก็ค่อย ๆ ผลักดันให้เธอเงยหน้าขึ้น “หนูตบหน้าหยางหยางจริง ๆ ค่ะ แต่หนูไม่คิดว่าหนูทำผิด”
“ตอนเช้าที่หนูกำลังทานอาหาร หยางหยางหาว่าหนูเป็นพวกท้องโต กินเยอะถ่ายเยอะ ทานอะไรเข้าไปก็เสียเป