ินไม่ไหว พวกคุณหลอกเอาเงินค่าตรวจฉันไปหลายหมื่น แล้วมาบอกว่าไม่มีอะไรเหรอ? ฉันจะแฉพวกคุณให้หมด!”
สุดท้ายเพื่อตัดรำคาญและเลี่ยงการปะทะ คุณหมอและทางโรงพยาบาลจึงจำใจเขียนข้อสรุปในรายงานผลการตรวจให้กว้างที่สุดว่า
สงสัยว่ามีการบาดเจ็บของเอ็น…
แต่คุณย่ายังไม่พอใจ เธอรู้สึกว่ามันดูเบาเกินไป “ฉันค้นในอินเทอร์เน็ตมาแล้ว อาการแบบหลานฉันเนี่ยมีความเป็นไปได้สูงมากว่า หมอนรองกระดูกอาจจะบาดเจ็บ คุณเขียนลงไปด้วยสิ!”
หมอที่กำลังเผชิญความกดดันอย่างหนักจึงต้องยอมเขียนลงไป แต่เพื่อความปลอดภัยของวิชาชีพ เขาจึงเติมประโยคทิ้งท้ายไว้ว่า…
“ต้องสงสัยว่ามีการฉีกขาดของเอ็น และมีการฉีกขาดของหมอนรองกระดูก แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม”
คุณย่าของหยางหยางยิ้มกริ่มพอใจเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ เธอรีบถ่ายรูปรายงานผลนั้นโพสต์ลงโซเชียลทันที พร้อมเขียนแคปชันประจานว่าหลานชายถูกทำร้ายป่าเถื่อนจนบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นหมอนรองกระดูกฉีกขาด!
“เมื่อเช้าตอนส่งหลานชายไปโรงเรียนอนุบาล แกยังร่าเริงแจ่มใสดีอยู่เลยแท้ ๆ แต่ขากลับมาสภาพกลับดูไม่ได้ บาดเจ็บสะบักสะบอมไปทั้งตัว…” คุณย่าของหยางหยางบีบน้ำตาคร่ำครวญต่อหน้ากล้องโทรศัพท์มือถือพลางทำหน้าเศร้าสร้อย
“ฉันมันก็แค่คนแก่คนหนึ่ง พอเห็นหลานเจ็บจนขวัญเสีย ก็แค่กะว่าจะไปคุยกับผู้ปกครองอีกฝ่ายให้รู้ความจริง แต่ใครจะนึกล่ะว่า… นอกจากเขาจะไม่สำนึกผิดแล้ว เขายังใช้กำลังป่าเถื่อนตบหน้าฉัน!”
“หลานชายของ