าครูฮวาเป็นคนแรก
ครูฮวาเห็นดังนั้นก็ฉายแววเอ็นดูในดวงตา เธอหันไปกระตุ้นเด็ก ๆ ที่ยังเดินเอื่อยเฉื่อยอยู่ข้างหลัง “เร็วเข้าจ้ะเด็ก ๆ เข็มนาฬิกาวิ่งไปรอบหนึ่งแล้วนะ เร็วกว่าพวกหนูอีก! หยางหยาง ซินซิน เฉินเฉิน สู้ ๆ หน่อยลูก!”
“คนเก่งต้องวิ่งให้ไวแบบเพื่อนนะคะ ดูอย่างเพื่อนใหม่ของเราสิ… ซู่เป่าเก่งมากเลย!”
พอได้รับคำชม เด็กที่เหลือก็ฮึดสู้วิ่งเข้ามาทันที แม้แต่หยางหยางก็ยังต้องเร่งฝีเท้า เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ใคร ๆ ก็ชอบโดนชมทั้งนั้น
“จำกฎเดิมของเราได้ใช่ไหมคะ? เมื่อครูเรียก ‘เด็ก ๆ จ๋า’ พวกหนูต้องขานรับว่า ‘เอ๋ย เอ๋ย’ ให้ครูฟังหน่อยซิว่าเสียงใครจะดังที่สุด!” ครูฮวาเริ่มกิจกรรมละลายพฤติกรรม
“เด็ก ๆ จ๋าาา เด็ก ๆ จ๋า!”
“เอ๋ย ๆ !” ทั้งห้องขานรับตามประสาเด็ก
ซู่เป่าหูผึ่งเข้าใจกติกาทันที
อ๋อ… เล่นแบบนี้นี่เอง!
ดังนั้นเมื่อครูฮวาขานรอบที่สอง “เด็ก ๆ จ๋าาา เด็ก ๆ จ๋า!”
“เอ๋ย! เอ๋ย!” ซู่เป่าก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วตะโกนลั่นห้อง
เสียงนั้นทรงพลังจนถึงขั้นทำให้นกกระจอกที่เกาะอยู่ริมหน้าต่างตกใจบินพรึบขึ้นฟ้า พลางเอียงคอเชิดหัวมองเข้ามาในห้องอย่างงุนงงว่าเกิดแผ่นดินไหวหรืออย่างไร
คุณครูทุกคนในห้องถึงกับยืนสตั๊นไปสามวินาที จี้ฉางเองก็มุมปากกระตุกวูบ
ครูฮวากลั้นขำจนไหล่สั่น ก่อนชมเชย “ว้าว! เสียงของซู่เป่าดังฟังชัดที่สุดเลยค่ะ! แบบนี้คุณครูต้องให้รางวัลเป็นสติกเกอร์หนึ่งดวงแล้ว!”
พู