ย
“ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธอ! เอากุญแจมา ฉันจะเข้าไปพักผ่อน!” แม่สามีพูดพลางถอนหายใจหงุดหงิด
ซินจื่อเหมิงไม่รอช้า เธอสะบัดมือผลักแม่สามีออกไปให้พ้นทางทันที
“อยากเข้าบ้านฉันงั้นเหรอ? ลองคุกเข่าขอร้องฉันดูสิ!” เธอแค่นหัวเราะเย็นชา
หญิงสาวหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานด้วยรองเท้าส้นสูงดัง ตึก ตึก ตึก โดยไม่แยแส
ทว่าเมื่อกลับมาถึงที่นั่ง เธอก็พบกับพ่อลูกคู่ป่วนที่กำลังนั่งแถวหน้าดูละครชีวิตของเธออย่างเพลิดเพลิน
“คุณป้าซินเท่ที่สุดเลยค่ะ!” ซู่เป่าถึงขั้นวางแตงโมแล้วปรบมือนำ
ใบหน้าที่เคยเย็นชา และดูหมิ่นสามีของซินจื่อเหมิงพลันชะงักกึก เธอค่อย ๆ หันมองซู่เป่าซึ่งกำลังปรบมือแปะ ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนเหลือบไปเห็นคุณพ่อของเด็กน้อยนั่งหน้านิ่ง แต่ในมือกำลังคัดเมล็ดแตงโมออกให้ลูกสาว
“เราไปกันเถอะค่ะ!” ซินจื่อเหมิงรีบเก็บคอมพิวเตอร์ใส่กระเป๋าด้วยสีหน้าเซ็งสุดขีด “อารมณ์ดีๆ พังหมดเพราะคนพวกนี้”
มู่กุยฝานลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาอุ้มซู่เป่าขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนข้างเดียวด้วยความง่ายดายราวกับอุ้มตุ๊กตาตัวน้อย
เมื่อเห็นว่าภรรยากำลังตั้งท่าเดินจากไปจริงๆ สามีของซินจื่อเหมิงก็รู้สึกเสียหน้ารุนแรง
เขาตะโกนไล่หลังอย่างดุดันว่า “ดี! เธอเก่งมากนะ! ถ้าวันนี้เธอกล้าเดินออกจากร้านนี้ไปล่ะก็ เชื่อไหมว่าฉันจะหย่ากับเธอ!”
ซินจื่อเหมิงไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอกระชับกระเป๋าโน้ตบุ๊ก จ่ายเงินค่า