กับซอสผลไม้ที่ละลายในปาก ช่วยชะล้างความขุ่นมัวในใจให้หายไปในพริบตา!
“อร่อยที่สุดเลยค่ะ!” ซู่เป่าดีใจจนดวงตาเป็นประกายวิบวับ ราวกับมีดาราจักรนับล้านซ่อนอยู่ในนั้น
ทั้งสองพ่อลูก พากันนั่งพักกินไอศกรีมตรงขอบแปลงดอกไม้อย่างไม่ถือตัว
มู่กุยฝานผู้มีรูปร่างสูงโปร่ง นั่งยืดขาซ้ายทับขาขวาในท่าทางสบาย ๆ เขามาในชุดสีดำทั้งตัวเหมือนเช่นเคย หากมองจากระยะไกลคงดูเหมือนเสาไฟฟ้าที่กำลังเอนพิงอะไรสักอย่าง
ส่วนซู่เป่าก็นั่งเลียนแบบท่าทางคุณพ่อเป๊ะ ๆ เธอวางขาสั้น ๆ ขาวอวบอูมทับกัน ดูแล้วเหมือนก้อนแป้งนวดใหม่ แสนน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด
ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาต่างอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองคู่พ่อลูกที่ดูแตกต่างแต่ลงตัวคู่นี้ ถึงขั้นมีหญิงสาวคนหนึ่ง มัวแต่จดจ้องจนเดินชนประตูกระจกเสียงดังโครม!
ซู่เป่าเลียไอศกรีมพลางส่ายหน้า “จุ๊ ๆ… คุณพ่อคะ แบบนี้เขาเรียกว่าการเรียกผึ้งล่อผีเสื้อใช่ไหมคะ?” เธอเอียงคอถามด้วยท่าทางซุกซนเฉลียวฉลาด
“แล้วเจ้าตัวเล็กอย่างลูก รู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ได้มองหนูอยู่น่ะ?” มู่กุยฝานยกมือขึ้นดีดหน้าผากเด็กน้อยเบา ๆ
“เอ๊ะ… ก็จริงนะคะ!” ซู่เป่าร้องอุทาน
มู่กุยฝานหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เจ้าตัวเล็กนี่ช่างสร้างความบันเทิงได้ดีจริง ๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองแปลงดอกไม้และห้างอันคุ้นเคย
ทว่าความรู้สึกกลับต่างไปจากเดิม… ตอนนี้เขามีเจ้าก้อนกลมน่ารักคนนี้อยู่เคียงข้าง เส้นทางในอนาคตที่เคยคิดว่าแห้งแล้งคง