ไม่ลำบากอย่างที่เคยกลัว
ทันใดนั้น ซู่เป่าก็ร้องขึ้นมาพลางชี้ไปยังร้านกาแฟไม่ไกลนัก “นั่นป้าซินจื่อเหมิงนี่คะ!”
มู่กุยฝานมองตาม เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจกของร้านกาแฟชั้นหนึ่ง เธอกำลังจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์พลางจิบกาแฟรับแสงแดดอุ่น ๆ
“ใครเหรอ?” เขาถาม
“คุณป้าที่หนูเคยไปช่วยจับผีไงคะ!” ซู่เป่ารีบดึงมือคุณพ่อให้เดินตามไป
จับผีงั้นเหรอ?
มู่กุยฝานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้มือเล็ก ๆ นั่นจูงเข้าไปในร้านกาแฟ
ประตูร้านมีกระดิ่งลมแขวนอยู่ มู่กุยฝานที่เดินไม่ทันระวังชนเข้ากับมันจนเกิดเสียง กรุ๊งกริ๊ง! ดังสนั่น
เขาต้องรีบก้มศีรษะลงทันทีเพราะความสูงนั้นเกินมาตรฐาน พนักงานในร้านถึงกับจ้องมองตาค้าง
“ขอโทษด้วยนะคะ! พอดีคุณพ่อของหนูตัวสูงเกินไปนิดนึง กระดิ่งพังไหมคะ? ถ้าพังหนูจะจ่ายค่าเสียหายให้เองค่ะ” ซู่เป่ารีบออกตัวแทนคุณพ่อ
พูดจบเธอก็ควานหาของในกระเป๋าสะพายใบเล็ก แล้วหยิบซองอั่งเปาปึกใหญ่ออกมา
นี่คืออั่งเปาที่เธอได้รับในงานวันเกิด ซองเล็ก ๆ คือของแขกทั่วไป เธอเลยพกพวกนี้ออกมาก่อน ส่วนซองสีแดงคือของขวัญจากคุณลุงและคุณตาคุณยายนั้นหนาเป็นพิเศษ พอคลี่ออกมาก็ยาวเกือบเมตร ซู่เป่ามักพกซองนี้ติดตัวไว้ใช้ยามฉุกเฉินเสมอ…
เด็กน้อยถือซองอั่งเปาในมือด้วยสีหน้าปวดใจสุดขีด
เพราะเธอนั้นเสียดายเงินไงล่ะ!
“เอ่อ… ไม่เป็นไรครับ ไม่ได้มีอะไรเสียหาย…” พนักงานร้านเห็นเด็กน้อยตัวนุ่มนิ่มทำท่าควักเง