ินให้ ก็รีบบอก
“ได้เลยค่ะ!” ซู่เป่าได้ยินดังนั้นก็รีบยัดซองอั่งเปากลับเข้ากระเป๋าด้วยความเร็วแสง
ซู่เป่าวิ่งถลาไปหาซินจื่อเหมิงพลางโบกมือทักทาย “ไฮ~ คุณป้าคะ เจอตัวอีกแล้ว!”
“ซู่เป่านี่เอง! มาได้ยังไงจ๊ะเนี่ย?” ซินจื่อเหมิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ก่อนเปลี่ยนเป็นดีใจแทน
“หนูแอบมาทานไอศกรีมกับคุณพ่อค่ะ!” ซู่เป่าชี้ไปที่ชายชุดดำร่างยักษ์ด้านหลัง
ซินจื่อเหมิงรีบลุกขึ้นทักทาย “สวัสดีค่ะ” มู่กุยฝานเพียงพยักหน้าตอบกลับเรียบ ๆ ตามสไตล์คนเนือย ๆ
“คุณป้ากำลังทำงานอยู่เหรอคะ?” ซู่เป่าชะโงกหน้ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์
ตอนนี้ซินจื่อเหมิงดูสง่างามและมั่นใจขึ้นมาก ราวกับมีออร่าเปล่งประกายออกมา เธออุ้มซู่เป่าขึ้นมานั่งบนตักพลางชี้ไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ “ป้ากำลังเขียนนิยายอยู่จ้ะ”
“โอ้—หมายถึงเขียนหนังสือนิทานใช่ไหมคะ?” ซู่เป่าตาโต
“ใช่จ้ะ” ซินจื่อเหมิงยิ้มรับ
ซู่เป่าขมวดคิ้วมุ่น พยายามเพ่งตัวอักษรบนหน้าจอ แล้วอ่านออกมาอย่างสับสน “ฮู… หลู… วา? กาลครั้งหนึ่งมีลูกน้ำเต้าเจ็ดผลกับคุณปู่หนึ่งคน…”
นักเขียนสาวถึงกับชะงัก แทบจะขำกลิ้งกับจินตนาการของเด็กน้อย “โถ่ซู่เป่า ไม่ใช่จ้ะ นี่มัน ยอดรักนักไลฟ์สด เมื่อท่านประธานขี้แยขอกอด ต่างหาก”
“ใครขี้แยขอกอดนะคะ?” ซู่เป่าถามย้ำอย่างสงสัย
“ก็ท่านประธานในเรื่องไงจ๊ะ”
“แล้วประธานบริษัทคือใครเหรอคะ?”
ซินจื่อเหมิงลำบากใจที่จะอธิบาย ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกายเมื่อนึกถึง