รณ์ใจแปลก ๆ เธอจึงรีบวิ่งตามไปทางครัว
*
ในห้องครัว ป้าอู๋ ยื่นผ้ากันเปื้อนให้มู่กุยฝานแบบกล้า ๆ กลัว ๆ “คุณมู่คะ จะเริ่มจากฆ่าไก่ก่อนใช่ไหมคะ? ให้ป้าช่วยไหม? ไก่บ้านพวกนี้มันดุมากนะคะ”
“ไม่ต้องครับ” มู่กุยฝานเห็นซู่เป่าแอบชะเง้อคอมองอยู่ประตูครัว จึงรีบปั้นหน้านิ่งขรึม
ต่อหน้าลูกสาว เขาต้องแสดงความแข็งแกร่งในฐานะพ่อออกมาให้เห็น!
เขาคว้าไก่ขึ้นมาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ถึงแม้ชีวิตนี้ เขาจะผ่านสมรภูมิมาโชกโชน เป็นทั้งสายลับในองค์กรมืดและผู้นำตระกูลลับ…
แต่ถ้าจะพูดกันตามตรง… เขาไม่เคยฆ่าไก่จริง ๆ เลยสักครั้งเดียว!
มู่กุยฝานหยิบมีดทำครัวขึ้นมาควงเล่นประหนึ่งควงปากกาหรือมีดสั้นสังหาร ท่าทางหวาดเสียวจนป้าอู๋ต้องรีบเอาตัวไปบังซู่เป่าไว้ กลัวว่ามีดจะหลุดมือบินไปปักหน้าผากใครเข้า
“ถอนขนก่อนนะคะ” แม่บ้านอู๋รีบเตือน
มู่กุยฝานชะงักกึก มีดที่กำลังควงหยุดกะทันหัน “หืม? ไม่ใช่ว่าต้องฆ่าก่อนค่อยถอนขนเหรอครับ?”
ป้าอู๋รีบอธิบาย “ป้าหมายถึงขนตรงคอไก่ค่ะ… ต้องถอนออกก่อนเล็กน้อย จะได้ลงมีดเชือดคอได้ถนัด ๆ ไงคะ!”
มู่กุยฝานพยักหน้าเงียบ ๆ เขาลงมือถอนขนคอไก่ด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนพลิกข้อมือเพียงครั้งเดียวเพื่อรวบปีก ขา และหัวของมันเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา
มือข้างหนึ่งล็อคตัวไก่ ส่วนอีกข้างถือมีด
สำหรับเขาแล้ว การปลิดชีพสิ่งมีชีวิตด้วยมือเดียวไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด!
เจ้าไก่ถูกบิดตัวจนเป็นเกลียว ส่งเสียงร้องไ