จนหัวหน้าสาขาที่นั่งแถวหน้าอดขำไม่ได้ เขาเป็นคนนิสัยขี้เล่นอยู่แล้วจึงส่งเสียงท้าทายขึ้นมา “คุณหนูน้อยเก่งจริง ๆ เลยครับ! ไหนลองแสดงความสามารถให้อา ๆ ดูเป็นขวัญตาหน่อยได้ไหมครับ?”
เมื่อเห็นสีหน้าของมู่กุยฝานผ่อนคลายลง หัวหน้าคนอื่น ๆ ก็พากันส่งเสียงเชียร์ตามไปด้วย ตระกูลมู่แห่งนี้เงียบเหงามานานนับสิบปี ไม่เคยมีผู้หญิงก้าวเท้าเข้ามาแม้แต่คนเดียว
แม้แต่แม่แมลงวันก็ยังหาไม่ได้! พอได้เห็นเด็กน้อยนุ่มนิ่มน่ารักขนาดนี้ ทุกคนจึงรู้สึกเอ็นดูเหมือนเธอเป็นหลานแท้ ๆ ของตนเอง
“แสดงอะไรก็ได้เหรอคะ? หนูไม่เคยเข้าโรงเรียนอนุบาล ไม่รู้ว่าเขาต้องทำยังไงกัน…” ซู่เป่าเอียงคอคิดครู่หนึ่ง
ทุกคนต่างปรบมือให้กำลังใจรัว ๆ ในใจต่างคิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กแบบนี้ อย่างมากคงร้องเพลงเต้นระบำให้น่าเอ็นดู
ทว่าในขณะที่ทุกคนรอชมการแสดงแสนหวาน ซู่เป่ากลับมองซ้ายมองขวา ก่อนเดินไปยังกองอิฐหินใต้ชายคาบ้าน
“ย้าก!” มือเล็ก ๆ ฟันลงไปเพียงครั้งเดียว ก้อนอิฐหนาเตอะพลันแตกออกเป็นสองเสี่ยง!
ทุบอิฐด้วยมือเปล่า!
ภายในห้องโถงที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายกดดันพลันเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก บรรดาชายฉกรรจ์ที่ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วนต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบยัดกำปั้นเข้าไปได้
ทางด้าน มู่กุยฝานที่ตอนแรกตั้งใจจะอวดลูกสาวในมุมน่ารักน่าเอ็นดู รอยยิ้มภาคภูมิใจบนใบหน้าของเขากลับแข็งค้างไปในทันที มุมปากที่เคยยกสูงค่อย ๆ กระตุกถี่อย่างห