งใหญ่ในวันนี้ได้
ซู่เป่าฟังเรื่องราวในอดีตที่คุณพ่อเล่าออกมาด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ แต่ความเศร้าสร้อยกลับค่อย ๆ เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจของเด็กน้อยอย่างห้ามไม่ได้
ที่แท้… คุณพ่อที่ตัวสูงจนเกือบชนกรอบประตูคนนี้ ก็เคยผ่านชะตากรรมเดียวกับเธอมาก่อน
ไม่มีญาติ ไม่มีพ่อแม่ ซ้ำยังถูกคนอื่นตราหน้าว่าเป็นตัวอัปมงคล
ซู่เป่าเม้มริมฝีปากแน่นพลางเอื้อมมือน้อยไปกอดคอของมู่กุยฝานไว้เงียบ ๆ เธอซบหน้าลงกับซอกคอของเขา
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกอดอันแสนบริสุทธิ์ของลูกสาว มู่กุยฝานก็ชะงักคำพูดไปชั่วขณะ เส้นผมอันอ่อนนุ่มของซู่เป่า สัมผัสผิวกายทำให้หัวใจที่เคยกร้านโลกของเขาอ่อนโยนลงอย่างไม่รู้ตัว
“หืม?” มู่กุยฝานเลิกคิ้วมองเด็กน้อยในอ้อมแขน
เธอคนนี้… กำลังสงสารเขาอย่างนั้นหรือ?
ความอบอุ่นสายหนึ่งค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของชายหนุ่ม
ทางด้านคนตระกูลมู่ หลังถูกเปิดโปงธาตุแท้ต่างพากันใบหน้าถอดสี ทำได้เพียงยิ้มแหยอย่างกระอักกระอ่วน “นี่… นี่มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ เลย…”
แขกเหรื่อในงานที่ได้ยินต่างเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้ ที่แท้คุณปู่มู่คนนี้ก็เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกับคุณปู่ทวดของเทพสงคราม!
ทว่าในยามที่ญาติผู้พี่เสียชีวิตและทิ้งหลานชายตัวน้อยไว้ พวกเขากลับขี้ขลาดเห็นแก่ตัวจนถึงขั้นไล่เด็กเจ็ดขวบไปเผชิญชะตากรรมตามลำพัง แถมยังย้ายบ้านหนีกลางดึกอีกด้วย
ตอนมาปักกิ่งใหม่ ๆ กลับสร้างภาพพจน์เสียดิบดีว่า “สงสารพี่ชายเห