ระซิบกระซาบด้วยความไม่เข้าใจ
“นั่นสิ… ช่างเจ้าคิดเจ้าแค้นเหลือเกิน เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ญาติจะช่วยหรือไม่ช่วยมันก็เป็นสิทธิของเขาไม่ใช่หรือ? ช่วยก็คือน้ำใจ ไม่ช่วยก็เป็นเรื่องปกติ…”
ซู่เป่าได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ
น้ำใจอะไรกัน? หน้าที่อะไรกัน?
ตอนนี้คุณพ่อขาใหญ่แค่ต้องการเอาของตัวเองคืนเท่านั้น นี่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องหรอกหรือ?
“นี่เพิ่งเริ่มต้น… ยังมีอะไรที่หนักกว่านี้อีก อย่าเพิ่งรีบร้อนไป” มู่กุยฝานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ท่าทางของเขาดูยโสและเย็นชาถึงที่สุด
เขากวาดสายตาคมปลาบมองไปรอบ ๆ ก่อนประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดัง “ผม มู่กุยฝาน ไม่เคยเป็นคนใจกว้าง คำพูดประเภทที่ว่าช่วยคือ ‘น้ำใจ’ ไม่ช่วยคือ ‘ปกติ’ อะไรนั่น… ผมไม่ยอมรับเมื่อต้องใช้กับคนตระกูลนี้!”
“ป้ายเกียรติยศของคุณปู่ผม พวกเขาเอาไปแอบอ้างในฐานะอะไร? ถึงได้กล้าทำตัวมีสิทธิ์มีเสียงมากกว่าผมที่เป็นหลานแท้ ๆ เสียอีก!”
แค่มายึดป้ายคืนนับว่าเขามีเมตตามากแล้ว หากเป็นคนอื่น… เขาคงสั่งถล่มที่นี่ให้ราบไปนานแล้ว ไม่ควรมาเรียกร้องความเห็นใจจากเขาเลยสักนิด
คนที่แอบกระซิบกระซาบเมื่อครู่ถึงกับหน้าถอดสี รีบก้มหน้าหลบตาไม่กล้าส่งเสียงออกมาอีกแม้แต่คำเดียว
หวั่นเถาแบกป้ายเกียรติยศเดินออกมาจากบ้าน โดยมีคุณนายผู้เฒ่ามู่เดินร้องครวญครางตามหลังมาติด ๆ เธอทำท่าเหมือนอยากจะโผเข้าไปแย่งป้ายคืนมาด้วยตัวเอง แต่ก็กลัวสายตาของหลานชา