งใหญ่ เด็กน้อยจึงไม่ยอมนิ่งเฉยเด็ดขาด
แต่แล้วพ่อบ้านยังคงแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ “เธอจะบ้าเหรอ ฉันเป็นผู้ใหญ่จะไปหาเรื่องแอบชนเด็กได้อย่างไร…”
คุณนายผู้เฒ่ามู่เดินถือไม้เท้าออกมา แม้ยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด แต่เธอก็เลือกจะตำหนิเด็กน้อยก่อนทันที
“อายุยังน้อยก็หัดเรียนรู้วิธีใส่ร้ายคนอื่นเสียแล้ว ผู้ปกครองสั่งสอนมาอย่างไรกันถึงได้เป็นแบบนี้?” เธอจ้องมองซู่เป่าด้วยสายตาเกลียดชัง
หึ… เด็กไร้มารยาทแบบนี้หรือ ที่จะมาขอเป็นญาติกับเธอ? ฝันไปเถอะ!
“ลูกไม่รู้จักมารยาทคือความผิดของพ่อ! เด็กบ้านคนรวยมักถูกตามใจจนเสียคน คุณซูควรหัดจัดการเด็กในบ้านตัวเองเสียบ้างนะ!” คุณปู่มู่เองก็โกรธจัดซูอีเฉินหัวเราะด้วยความโกรธขึ้ง
“ตระกูลมู่… ดีมาก ดีจริง ๆ” ซูอีเฉินแค่นหัวเราะยิ้มหยันด้วยความรู้สึกเริ่มขุ่นเคือง
แค่พวกเศรษฐีใหม่ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับคำว่า ‘อำนาจ’ เลย จะเรียกว่า ‘สูงศักดิ์’ ก็ไม่ได้ แต่กลับกินบารมีจากวีรบุรุษผู้เสียสละ แล้วยังทำตัวเหมือนเป็นคนสำคัญอีกด้วย
“ตระกูลมู่ช่างโอหังเหลือเกิน แขกมาเยือนถึงเรือนกลับจงใจรังแกเด็กเล็ก ๆ แบบนี้ นี่หรือคือธรรมเนียมที่พวกคุณภาคภูมิใจ?” เวินหรูอวิ๋นเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เธอขยับกายก้าวมาข้างหน้า ก่อนดึงซู่เป่าเข้ามาโอบไว้ในวงแขนเพื่อแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเด็กคนนี้อยู่ในความคุ้มครองของเธอ มือเรียวสวยลูบไปรอบข้อมือแดงช้ำของซู่เป่าเบา ๆ พลางปรายตามองคนตระกูลมู