่ด้วยสายตาเหยียดหยาม
คุณนายผู้เฒ่ามู่ปรายตามองเวินหรูอวิ๋น สีหน้าของเธอจึงดูอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงแฝงความขุ่นมัวไว้ไม่เสื่อมคลาย
“คุณนายซือ ทั้งคุณซือและหลานชายของฉันต่างก็เป็นคนในแวดวงทหารเหมือนกัน ฉันว่าคุณควรจะพิจารณาสถานการณ์ให้ดี ก่อนพูดอะไรออกมานะคะ” หญิงชราเอ่ยพลางเชิดคางขึ้นอย่างถือดีในบารมีของหลานชาย
“พวกเราไปกันเถอะค่ะ” เวินหรูอวิ๋นหันไปจูงมือซืออี้หราน โดยไม่คิดจะสนใจใบหน้าของอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว
แขกเหรื่อรอบข้างต่างพากันกระซิบกระซาบ วิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เฮ้อ… คนตระกูลมู่เป็นไปได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?”
“ไม่เห็นตระกูลซูอยู่ในสายตา ยังพอว่า… แต่นี่แม้แต่ตระกูลซือยังกล้าข่มเขาให้ต่ำกว่า ทึ่มทื่อจนน่าเหลือเชื่อ หยิ่งผยองขนาดนี้ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกจริงๆ”
“สงสัยพวกเขาสมองคงฝ่อกันหมดแล้ว”
“เบา ๆ หน่อย… จะไม่ให้เขาหยิ่งได้ยังไง ในเมื่อเขามี ‘ต้นทุน’ หนุนหลังดีขนาดนั้น ก็เทพสงครามตระกูลมู่คนนั้นไงล่ะ บารมีล้นฟ้าเสียจนคนแถวนี้ลืมตัวกันไปหมดแล้ว”
คุณนายผู้เฒ่ามู่ไม่พอใจ อารมณ์ของเธอพุ่งพล่านถึงขีดสุด!
เธอคือคุณย่าแท้ๆ ของเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่
ทว่าคนพวกนี้กลับไม่ให้เกียรติเธอแถมยังเดินหนีไปดื้อๆ แบบนี้
แล้วเธอจะเอาหน้าไปไว้ไหน? หากใครจะเดินจากไป… ควรจะเป็นเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายไล่พวกเขาไป!
สายตาอันเย็นเยียบของคุณนายผู้เฒ่ามู่ตวัดไปมองยังซู่เป่า เธอตัดสินใจเริ่มต