ปแล้วหรือไง?!” สามีคำรามด้วยความเดือดดาล “พูดกับป้าสะใภ้ดี ๆ หน่อย!”
ซินจื่อเหมิงก้าวประชิดตัวเขา ความอัดอั้นถูกสั่งสมมานานปี ถูกแปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าสามีอย่างแรง
เพียะ!
“นายนั่นแหละ พูดกับฉันดี ๆ ก่อน!”
จังหวะนั้นเอง แสงสีแดงจาง ๆ จากหยกห้อยคอวูบผ่านไปครู่หนึ่ง ราวกับเป็นพลังคอยหนุนหลังให้เธอเชิดคางขึ้น ท่าทางของเธอดูหยิ่งผยอง และแข็งแกร่งจนยากจะต่อกร
“เธอ… เธอออกไปจากบ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ!” สามีตัวสั่น โกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง
ซินจื่อเหมิงตบซ้ำเข้าที่เดิมอีกฉาด “อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้ก็ชื่อฉัน! ถ้ามีใครต้องไป คนคนนั้นต้องเป็นนาย!”
ป้าสะใภ้รองอ้าปากค้างจนเค้กชิ้นเล็กหล่นลงพื้น แม่สามีเองก็นิ่งค้างจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ สามีของเธอดวงตาแดงก่ำด้วยความอาฆาต เขาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะโต้กลับ
“เอาสิ! ตีเลย ตีตรงนี้แหละ!” ซินจื่อเหมิงยิ้มเยาะท้าทาย
หน้าอกของสามีกระเพื่อมไหวด้วยความอัดอั้น สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าตบลงไป เขาคว้ากุญแจรถแล้วกัดฟันพูดทิ้งท้าย “อย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน!”
ซินจื่อเหมิงปรายตาเย็นชาไปทางป้าสะใภ้ และเด็กซน ป้าสะใภ้รีบอุ้มหลานชาย แล้ววิ่งตามออกไปแทบไม่ทัน ส่วนแม่สามี โกรธจนหน้าดำหน้าแดงเอ่ยเสียงสั่น “ซินจื่อเหมิง เธอเสียสติไปแล้วจริง ๆ…”
ซินจื่อเหมิงไม่ตอบ ทว่าเธอคว้าแจกัน ‘หยกขาว’ ที่ตั้งโชว์ไว้ แล้วขว้างลงแทบเท้าแม่สามีจนแตกกระจายเสียงดังสนั่น!
“บ้าเหรอ?