ร้องราวกับเสียสติ ซู่เป่ากลับพยายามประกอบหัว และแขนกลับเข้าที่ให้เขาด้วยความทะนุถนอม “พี่ชายคะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะ หายใจลึก ๆ ค่ะ ใจเย็น ๆ!”
“เด็กดีนะ… อย่าร้องไห้เลย เดี๋ยวซู่เป่าจะให้กินลูกอมนะคะ!”
จี้ฉางมองซู่เป่าซึ่งกำลังปลอบผีเหมือนปลอบเด็กเล็ก ๆ มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย
ผีจะหายใจลึก ๆ ได้ยังไง? แล้วผีจะกินลูกอมได้ยังไงเล่า!
เขากำลังยื่นมือเข้าไปจัดการเอง แต่ว่าผีขี้ขลาดกลับส่งเสียงออกมา มือน้อยของซู่เป่าตบเบา ๆ บนแผ่นหลังของเขา ราวกับมีพลังวิเศษ ทำให้วิญญาณเริ่มมีท่าทีสงบลง
ซู่เป่าควานหาในกระเป๋าเป้จนเจอลูกอมสองเม็ดซึ่งแอบซ่อนไว้ เธอแกะห่อส่งให้ผีขี้ขลาดเม็ดหนึ่ง และยัดเข้าปากตัวเองอีกเม็ดหนึ่ง
หนึ่งผีและหนึ่งเด็กน้อยตัวกลมนั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นพลางเคี้ยวลูกอมกันเงียบ ๆ
“พี่ชาย เล่าต่อสิคะ แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ?” ซู่เป่าถามเสียงใส
ผีขี้ขลาดตอบเสียงแผ่ว “ต่อมา… หลังจากผมตาย พ่อแม่ก็ย้ายออกไป คนทำร้ายลอยนวล เพราะไม่มีพยานหรือกล้องวงจรปิด พ่อแม่พยายามสู้คดีอยู่ครึ่งปีแต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป”
ทว่าเรื่องนี้กลับกลายเป็นคำเล่าลือไปทั่ว ห้องที่เขาตายกลายเป็นบ้านอาถรรพ์ มีหมอผีครึ่ง ๆ กลาง ๆ มาทำพิธีไล่ผีแต่ไม่สำเร็จ กลับทำให้เขาถูกกักขังอยู่ในห้องนั้น ไม่ว่าพยายามอย่างไรก็หนีออกไปไม่ได้
“ใช่แล้ว หนึ่งในเงื่อนไขการกำเนิดวิญญาณร้าย คือการถูกกักขังในสถานที่ตาย และต้องวนเวียนซ้ำรอยไม่จบ