สิ้น” จี้ฉางพยักหน้าพลางพึมพำ
พานเจิ้นอ่าวถูกขังอยู่ในความสิ้นหวังก่อนตาย วันแล้ววันเล่าเขามองผ่านช่องประตู เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันซ้ำไปซ้ำมา เขาพยายามร้องเรียกสุดแรง แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลืออันแผ่วเบา ความหวังจึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น จนกลายเป็นวิญญาณร้าย
ซู่เป่ามองผีขี้ขลาดด้วยความเวทนา รู้สึกว่าวิญญาณตนนี้ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
“พี่ชายคะ ถ้างั้นพี่เข้าไปในน้ำเต้าเองเถอะนะ หนูจะไม่จับพี่แล้วค่ะ” เสียงหวานใสของเด็กน้อยเอ่ยขึ้น
จี้ฉางกำลังจะขัดขึ้นว่า แก่นแท้ของวิญญาณร้ายนั้นคือความชั่วร้าย ไม่ว่าตอนตายน่าสงสารเพียงใดก็ตาม
ทว่าเขากลับต้องนิ่งไปเมื่อเห็นผีขี้ขลาดพยักหน้าตอบรับง่าย ๆ “ได้ครับ”
“พี่ชายพานเจิ้นอ่าว! ฉันเรียกพี่คำหนึ่ง พี่กล้าขานรับไหมคะ?” น้องซู่ยกน้ำเต้าวิญญาณของเธอขึ้นอีกครั้งพลางร้องเรียกเสียงใส
พานเจิ้นอ่าวหลุดหัวเราะออกมาพลางพยักหน้าแรง ๆ “อืม!”
เขามองซู่เป่าด้วยสายตาซาบซึ้งใจ ทั้งตอนมีชีวิต และหลังความตาย นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมอบลูกอมให้เขา…
ร่างเงาสีดำค่อย ๆ ลอยละล่องเข้าไปในน้ำเต้าวิญญาณโดยดี
จี้ฉางนิ่งเงียบไปนาน หากพูดกันตามตรง พานเจิ้นอ่าวก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง เด็กเงียบขรึม และมีเนื้อแท้ใจดีมากคนหนึ่งเท่านั้น เขาถอนหายใจแผ่วเบาพร้อมกับจดบันทึกลงในสมุดเล่มเล็ก ก่อนปิดมันลง
ซู่เป่าเขย่าน้ำเต้าวิญญาณไปมาพลางเอ่ยน้ำด้วยเสียงดีใจ “อาจารย์คะ หนูรู้สึกว่า