น้ำเต้าเริ่มหนักแล้ว มันใกล้เต็มหรือยังคะ?”
“ยังอีกไกลเลย!” มุมปากของจี้ฉางกระตุกวูบ
“หา? แล้วเมื่อไหร่จะเต็มล่ะคะเนี่ย” ใบหน้าเล็ก ๆ ของซู่เป่าเหี่ยวลงทันตา
จี้ฉางวาดมือในอากาศพลันปรากฏปากกาขึ้นด้ามหนึ่ง เขาวาดขีดสเกลสิบขีดลงบนน้ำเต้าวิญญาณ ขนาดเล็กเท่าเล็บมือ “เอาล่ะ ลองเขย่าดูใหม่ เห็นเส้นขีดนั่นไหม?”
ซู่เป่าเบิกตากว้างมองตาม
“ตอนนี้ถึงขีดหนึ่งแล้ว รอให้ครบสิบขีดเมื่อไหร่ น้ำเต้าวิญญาณก็เป็นอันเต็ม” จี้ฉางเอ่ยต่อ
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักพลางคิดในใจว่า ดูเหมือนไม่ยากเท่าไหร่แฮะ!
ความวุ่นวายภายในห้องดึงดูดให้พนักงานบริการต้องเคาะประตูเข้ามา ซู่เป่ามองเศษแก้วที่แตกกระจายแล้วเริ่มรู้สึกประหม่า “คุณลุงใหญ่คะ…”
ซูอีเฉิน แม้มองไม่เห็นวิญญาณ แต่สิ่งที่เห็นซู่เป่าทำเมื่อครู่ก็สร้างความตกตะลึงให้เขาไม่น้อย เขากลับตั้งสติได้รวดเร็วพลางลูบหัวหลานสาว “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” ทุกอย่างเขาย่อมจัดการได้!
พนักงานหลายคนก้าวเข้ามาในห้อง พลางมองความเละเทะและซินจื่อเหมิงซึ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้นด้วยความตกใจ “คุณครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น…”
“เด็ก ๆ ชอบเล่นซน ฉันก็ตามใจแก มีปัญหาอะไรไหม?” ซูอีเฉินยังคงสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มะ…ไม่มีครับ แต่ว่าค่าเสียหาย…” พนักงานอึกอัก
“ฉันจะชดใช้ให้เป็นร้อยเท่า” ซูอีเฉินหยิบบัตรออกมาวาง
สำหรับเขาแล้ว แค่แก้วกาแฟไม่กี่ใบ เงินจำนวนนี้ย่อมเกินพอ
“ไม่มีปัญหาเลย