ก่อนถามกลับเสียงแข็ง
“ท่านมีอารมณ์ขันดีนะครับ” มู่กุยฝานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหลุดหัวเราะแผ่วเบาพลางดึงมือกลับ
“ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม ได้ยินว่าเธอมาหาหลานสาวของฉัน ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างนั้น?” ชายชราปั้นยิ้มไม่จริงใจนัก
มู่กุยฝานสัมผัสได้ถึงความระแวดระวัง และท่าทีปฏิเสธชัดเจนจากอีกฝ่าย คล้ายกับว่าคุณซูกำลังมองเขาเป็นพวกโจรลักพาตัวเด็กอย่างไรอย่างนั้น เขาจึงตัดสินใจเปิดเผยตัวตนตรง ๆ
“ผมคือมู่กุยฝาน ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งเขตสงครามชายแดนครับ”
คุณซูรู้สึกสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
นี่คือบุคคลระดับ ‘เทพสงคราม’ สั่นสะเทือนวงสังคมในเมืองหลวง และสร้างแรงกระเพื่อมใต้น้ำในช่วงที่ผ่านมาคนนั้นหรือ?
คนระดับนี้ถึงกับออกโรงเอง ถ้าไม่ใช่เรื่องพลังวิเศษของซู่เป่า เขาก็คิดไม่ออกเลยว่าเป็นเรื่องอะไรได้
“ที่แท้ก็คือท่านผู้นำมู่” คุณซูเอ่ย “ต้องขออภัยที่ไม่ได้ต้อนรับขับสู้ให้ดีกว่านี้”
มู่กุยฝานเลิกคิ้วเล็กน้อย คนคนนี้ปากก็บอกว่าขอโทษที่ไม่ได้ต้อนรับ ทว่าในแววตากลับยิ่งทวีความระแวดระวังขึ้นเป็นเท่าตัว เขายกยิ้มมุมปาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์
“ที่ผมมาตามหาซู่เป่า เพราะว่า…” มู่กุยฝานหยิบซองเอกสารรายงานการตรวจดีเอ็นเอออกมาวางตรงหน้า “หลานสาวของท่าน… แท้จริงแล้วคือลูกสาวของผมเองครับ”
ทุกคนในห้องหนังสือต่างตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ! ทั้งตรงไปตรงมาและรวดเร็วขนาดนี้เชียวหรือ? เขาไปแอบตรวจ