งชราแค่นเสียงหึในลำคอ
นับว่าโชคดีที่ไม่ได้พบกัน ทางที่ดีรีบพายัยดาวข่มตัวน้อยนั่นไปให้ไกล อย่าได้มากล้ำกรายวุ่นวายกับพวกเธออีกเลย
ขณะนั้นเอง คุณปู่มู่หันไปกำชับบุตรชายคนโต “เรื่องคนที่ท่านผู้นำกล่าวถึงน่ะ ติดต่อได้หรือยัง? เขาเองก็นามสกุลมู่เหมือนกัน เป็นถึงเทพสงคราม เพิ่งกลับมาจากเขตสู้รบชายแดน รีบหาวิธีสร้างสายสัมพันธ์กับเขาไว้ให้ได้”
บุตรชายคนโตตระกูลมู่ตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ “คุณพ่อครับ คนระดับนั้นพบตัวไม่ง่ายเลยนะครับ! ไม่รู้ว่าเพราะอะไรดูเหมือนเขาจะมีความอคติต่อตระกูลมู่ของเรามาก”
คุณปู่มู่ขมวดคิ้วมุ่น “ไม่เคยพบหน้ากันสักครั้ง จะมาอคติอะไรกัน? คงมีความเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆ ถึงอย่างไรก็นามสกุลมู่เหมือนกัน เป็นญาติสนิทชิดเชื้อกันทั้งนั้น หาโอกาสนัดกินข้าวสักมื้อแล้วค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกันไปก็สิ้นเรื่อง!”
“คุณพ่อครับ การจะเข้าถึงตัวเขามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ เขาไม่ใช่แค่เทพสงครามจากชายแดนเท่านั้น แต่ยังมีฐานะเป็นถึงประมุขของตระกูลลึกลับด้วย…”
คุณปู่มู่ถลึงตาใส่ “ประมุขตระกูลลึกลับอะไรของแก อ่านนิยายมากไปหรือเปล่า! ใช้ให้ไปทำอะไรก็อิดออด หาข้ออ้างสารพัด! ฉันว่าแกไม่ได้ไปสืบหาเขาจริง ๆ มากกว่ามั้ง!”
คนตระกูลมู่เริ่มเปิดฉากโต้เถียงกันวุ่นวาย เพียงเพราะบุคคลสำคัญกำลังจะมาถึง ทุกคนต่างอลหม่าน บ้างก็ตื่นเต้นกระวนกระวาย บ้างก็เร่งหาสายสัมพันธ์เพื่อเตรียมการต้อนรับ
ทว่ามีเพียงไม่กี่