่ายหน้าอย่างแน่วแน่
มุมปากของซูอีเฉินกระตุกเป็นรอยยิ้มพอใจ
สมแล้วที่เป็นสายเลือดตระกูลซูของเขา!
ส่วนเรื่องที่คุณกวนฝากฝังไว้นั้น บัดนี้เขายิ่งไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีกต่อไป
การหยิบยื่นไมตรีในยามที่พอทำได้นั้น หากช่วยสำเร็จก็นับว่าเป็นเรื่องดี ทว่าหากช่วยไม่ได้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
สำหรับซูอี้เฉินแล้ว ขอเพียงซู่เป่ามีความสุขก็เพียงพอ เหตุใดเขาต้องไปใส่ใจคนนอกให้มากความ?
ลุงใหญ่ยกยิ้มมุมปากด้วยความอารมณ์ดี มือใหญ่ลูบศีรษะเจ้าตัวน้อยเบามือ “ซู่เป่า ลุงใหญ่จะพาหนูไปเที่ยวสวนสนุก หนูอยากไปไหม?”
“ไปค่ะไป! หนูอยากไป!” ดวงตาของซู่เป่าเป็นประกายวิบวับทันที
พูดจบเด็กน้อยก็เริ่มกระตือรือร้นจนเก็บอาการไม่อยู่ เธอชูมือขึ้นพลางบอกว่า “ชวนพี่ ๆ ไปด้วยกันนะคะ!”
“เสี่ยวอู่กับคุณเต่าแก่ก็ต้องไปด้วยนะ!” แล้วยังไม่ลืมสำทับเพิ่มอีกว่า
ในสายตาไร้เดียงสาของเด็กน้อย การได้ไปเที่ยวสวนสนุกพร้อมหน้าพร้อมตาคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลกแล้ว
*
ทางด้านคฤหาสน์ตระกูลมู่
หลังจากผู้นำตระกูลและภรรยารับประทานอาหารเสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็ใช้ผ้าเช็ดปากด้วยท่าทีสง่างาม ก่อนเอ่ยถามคนรับใช้ “คนจากตระกูลซูยังรออยู่ข้างนอกอีกหรือเปล่า?”
หากคนเหล่านั้นยังดึงดันรออยู่ เห็นแก่ความมุมานะตั้งใจ ตระกูลมู่ก็อาจยอมเจียดเวลาไปพบปะเสียหน่อย
“พวกเขากลับไปแล้วครับ” คนรับใช้ตอบกลับ
“คิดจะบากหน้ามาขอเป็นญาติแท้ ๆ แต่กลับไม่มีความอดทนแม้แต่น้อย” หญิ