ดูขรึมลงจึงถามเบา ๆ
“ซู่เป่าบอกว่าอยากตามหาคุณพ่อ ลุงเลยพาหนูมาดูที่นี่หน่อยน่ะ” แววตาของซูอีเฉินอ่อนโยนลงทันที
เมื่อวานคุณลุงกวนฝากฝังให้ช่วยหาทายาทของมู่หมิงหยวน บางทีตอนนั้นคุณลุงกวนอาจจะยุ่งอยู่กับการตามหาลูกสาวจนไม่ทันสังเกตตระกูลมู่ที่เพิ่งจะเริ่มสร้างชื่อเสียงขึ้นมา เมื่อห้าปีก่อน
ตระกูลมู่ยังเป็นเพียงนักธุรกิจแถบชายฝั่ง ทว่าหลังจากคดีกวาดล้างแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่ มู่หมิงหยวนผู้เป็นสายลับยอมเสียสละชีพและได้รับเกียรติยศชั้นหนึ่ง ซึ่งหาได้ยากยิ่งในยุคสันติสุข
มู่หมิงหยวนไม่มีทายาทสายตรงเหลืออยู่ เกียรติยศและสิทธิพิเศษจากเลือดสีแดงนี้ จึงตกเป็นของมู่จื้อหยวนน้องชายของเขา ซึ่งอาศัยบารมีพี่ชายพุ่งทะยานขึ้นสู่ทำเนียบตระกูลดังในเมืองหลวงได้สำเร็จ เพราะเหตุนี้เอง คนตระกูลมู่จึงพากันยะโสโอหัง มองคนอื่นต่ำต้อยกว่าตนเองเสมอ
ซูอีเฉินยอมลดตัวมาเยือนที่นี่ เพราะเมื่อวานซู่เป่าเผลอพูดว่าพ่อของเธอนามสกุลมู่ แววตานั้นแฝงความคาดหวังเล็ก ๆ ของเด็กน้อย ทำให้เขาใจร้ายไม่ลง แต่เมื่อได้เห็นท่าทีดูถูกคนเช่นนี้ เขาก็ยิ่งมั่นใจ
“ลุงใหญ่คะ เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ!” ซู่เป่าส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก
ถ้าพ่อของเธอมีนิสัยแบบคนในบ้านหลังนี้ เธอขอไม่มีพ่อเสียยังดีกว่า!
แค่มีคุณลุง คุณตาคุณยาย และพวกพี่ชายก็เกินพอแล้ว!
“ซู่เป่าไม่อยากหาคุณพ่อแล้วหรือ?” ซูอีเฉินประหลาดใจเล็กน้อย
“ไม่ต้องการพ่อแบบนี้ค่ะ!” ซู่เป่าส