บทที่ 87 อายุ 256 นี่มันหลายปีมากเลยใช่ไหม?
ทุกคนต่างจ้องมองถังเถียนเถียนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น อยู่ ๆ ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ในยามที่คนเราจวนจะถึงจุดจบของอายุขัย ไม่มีใครสามารถขวางกั้นประตูยมโลกได้ แทนที่จะปล่อยให้ร่างกายถูกพันธนาการด้วยท่อระโยงระยาง และทนทุกข์ทรมานจนวินาทีสุดท้าย
การปล่อยให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
“พอแล้วค่ะลุงถัง อย่าร้องไห้เลยนะคะ ร้องไห้จนหน้าตาเลอะเทอะ…” ซู่เป่าพยายามปลอบใจ
ถังเถียนเถียนเงยหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาและน้ำมูกเลอะเทอะขึ้นมามอง ซู่เป่าเห็นดังนั้นจึงรีบถอยหลังหนีไปสองก้าวทันควัน ชั่วขณะนั้นเด็กน้อยถึงกับพูดติดอ่าง ไม่สามารถเค้นคำปลอบใจออกมาได้แม้แต่ครึ่งประโยค
“ร้องไห้ได้สกปรกเหลือเกิน! ตัวโตจนป่านนี้แล้ว น้ำมูกยังเลอะปากอยู่อีก…” คุณยายถังลอยอยู่ข้าง ๆ มองลูกชายด้วยสายตาเอือมระอา
แม้พูดไปแบบนั้น แววตาของเธอกลับสั่นไหวด้วยความเอ็นดูครู่หนึ่ง ก่อนหันมาทางซู่เป่า “ขอบคุณนะจ๊ะหนูซู่เป่า”
หากไม่ใช่เพราะเด็กคนนี้ เธอคงไม่รู้ว่าต้องติดอยู่ในร่างศพที่มีชีวิตไปอีกนานเท่าไร และสุดท้ายคงหนีไม่พ้นถูกลูกชายตัวเองกำจัดทิ้งอย่างน่าสลดใจเป็นแน่
ซู่เป่ายิ้มรับอยู่เบื้องหน้าคุณยายถังซึ่งนั่งลงอย่างสำรวม “ไม่เป็นไรค่ะคุณยาย”
เด็กน้อยลอบมองดวงวิญญาณตรงหน้า แม้เป็นผีทว่าดูมีเมตตาจิตยิ่งนัก หญิงชราท่านนี้ตรากตรำทำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่สุดท้ายเกือบต้องมาตา