ถังเถียนเถียนเริ่มสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นแล่นพ่านไปตามไขสันหลังจนขนลุกซู่
“คุณหนูซู่เป่าครับ… คุณยายเจ้าของบ้านหลังนี้เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว…”
หรือว่าซู่เป่าจะเห็นวิญญาณของคุณยายบ้านตรงข้ามจริง ๆ…
ถังเถียนเถียนรู้สึกขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงตรงนั้น
“คุณลุงถัง บ้านหลังนี้ก็เป็นของคุณด้วยเหรอคะ?” ซู่เป่าหันขวับมาถามกะทันหัน
เด็กน้อยจ้องมองใบหน้าของถังเถียนเถียนสลับกับใบหน้าของคุณยายบนชั้นสอง สองใบหน้านี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกันราวกับถูกแกะสลักมาจากต้นแบบเดียวกัน
“เปล่าครับ บ้านหลังนี้เป็นของตระกูลกวน… หากพูดถึงครอบครัวนี้ ก็นับว่าน่าสงสารมากทีเดียว” ถังเถียนเถียนชะงักไปครู่หนึ่ง
เล่ามาถึงตรงนี้ เขาก็หยุดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเห็นซู่เป่าเงยมองชั้นสองเป็นระยะ เขาก็เริ่มรู้สึกราวกับมีสายตาเย็นเยียบจ้องเขม็งลงมายังเขาเช่นกัน จนในใจเริ่มก่อเกิดกังวล
“บ้านหลังนี้มีประวัติอะไรหรือ?” ซูอีเฉินถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“เมื่อสิบกว่าปีก่อน บ้านนี้มีลูกสาวเพียงคนเดียว แต่เธอกลับถูกเพื่อนสนิทฆ่าตายอย่างทารุณ…” ถังเถียนเถียนถอนหายใจยาว
“ได้ยินว่าวิธีการนั้นโหดเหี้ยมมาก ตำรวจพบเพียงผิวหนังและเนื้อที่ถูกชำแหละออกมา ทว่ากลับหากระดูกไม่เจอเลยแม้แต่ชิ้นเดียว… คุณยายกวนทนรับความเศร้าโศกจากการสูญเสียลูกสาวคนเดียวไม่ไหวจนเสียสติไปในทันที”
ถังเถียนเถียนลดเสียงลงต่ำพลางเหลียวซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง “ก