่เป่าถึงกับเบิกตากว้าง ซูเหอเวิ่นรีบถลาเข้าไปประคองซู่เป่าให้ลุกขึ้น ถามด้วยความตกใจ “เจ็บตรงไหนไหม?”
“ไม่เจ็บหรอกค่ะ วิชาตัวเบาของหนูเยี่ยมยอดที่สุด!” ซู่เป่าส่ายหัวดิก
“เขาเรียกว่ามีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ต่างหาก” ซูเหอเวิ่นอดไม่ได้ จึงหลุดยิ้มออกมา
การฉีกขาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้นับเป็นพื้นฐานกังฟูที่ดีทีเดียว!
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงึกอย่างภาคภูมิใจ
กังฟู… เข้าใจแล้วค่ะ!
ยามที่ยังอาศัยอยู่กับตระกูลหลิน ไม่มีใครคอยพร่ำสอนหรือพูดคุยกับเธอเลยสักคน ทำให้ในอดีตเธอเคยก่อเรื่องขบขันไว้มากมาย ทว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เธอเป็นเด็กน้อยที่เก่งกาจ และใฝ่เรียนรู้ ได้รู้จักคำศัพท์ใหม่ ๆ ทำความเข้าใจโลกกว้างได้มากขึ้นกว่าเดิม
คุณยายซูเดินถือชามบะหมี่ออกมาจากครัว ซูเหอเหวินรีบเข้าไปรับมาถือไว้พลางเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้ให้พวกป้าแม่บ้านทำก็ได้”
หญิงชรายิ้มละไม “ไม่เป็นไรหรอกลูก ย่าอยากขยับแข้งขยับขาบ้าง”
ไม่นานนัก บรรดาแม่บ้านก็นำอาหารเช้าทั้งหมดมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ ช่วงนี้คุณนายซูลงมือเข้าครัวเองบ่อยครั้ง ทางบ้านจึงจัดสรรพื้นที่พิเศษในห้องครัว เพื่อให้สามารถเดินเหินได้สะดวก
มื้อเช้าวันนี้ประกอบด้วยก๋วยเตี๋ยวเลือดเป็ด รสกลมกล่อม ซาลาเปานมสด ขนมจีบกุ้งนึ่ง ไข่ตุ๋น และขนมคริสตัลใสราวกระจก…
ซู่เป่าคว้าซาลาเปามาแทะอย่างเอร็ดอร่อย แม้เป็นเพียงแป้งสีขาวธรรมดา แต่เธอกลับกินอย่างมีควา