ดสินใจย้ายออกไปเช่าบ้านข้างนอก ตอนไปหาห้อง นายหน้าเห็นฉันแต่งกายด้วยแบรนด์เนมทั้งตัว ก็รีบกระตือรือร้นแนะนำคอนโดหรูให้ฉันทันที…” หลี่รั่วผิงเล่าต่อ
สายตาเอาอกเอาใจและคำชื่นชมของนายหน้า เอ่ยชมไม่ขาดปากว่าเธอทั้งขาว ทั้งสวย ยิ่งปรนเปรอความหยิ่งพยองในใจของเธอให้พองโตขึ้นไปอีก
แน่นอนว่าเธอต้องผิวขาวอยู่แล้ว เพราะวัน ๆ เธอคลุกตัวอยู่แต่ในโรงพิมพ์ เริ่มงานตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง หากวันไหนต้องทำโอที กว่าจะกลับถึงหอพักก็ล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่ม จะเอาเวลาที่ไหนไปตากแดดจนตัวดำได้ล่ะ?
ทว่าเธอกลับปักใจเชื่อคำยอของนายหน้า และหลงคิดไปว่าตัวเองเป็นสาวสวยผู้มั่งคั่งจริง ๆ
“สุดท้าย… ฉันเลยตกลงเช่าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในราคาเดือนละห้าพันหยวน…” อันที่จริงตอนเซ็นสัญญาเธอก็เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว ในวินาทีนั้นเธอไม่มีทางเลือก เพราะนายหน้าจ้องมองเธอด้วยสายตาคาดหวัง
ต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน เงินเดือนในโรงงานต่อให้ทำงานล่วงเวลาอย่างหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้เงินเพียงสามพันกว่าหยวนต่อเดือนเท่านั้น…
“เงินเดือนสามพัน แต่ค่าเช่าบ้านห้าพัน ยังขาดอีก…” ซู่เป่านั่งนับนิ้วคำนวณตาม
“ยังขาดอีกสองพันสินะ” ซูเหอเวิ่นซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ช่วยเสริม
“ขาดเงินตั้งเยอะเลย! แล้วคุณป้าอ้วนจะเอาเงินมาจากไหนล่ะคะ?” เด็กน้อยทำหน้าตื่นตะลึง
“นั่นสิ… จะเอามาจากไหนล่ะ…” หลี่รั่วผิงยิ้มขมขื่น
อพาร์ตเมนต์แห่งนั้นต้องจ่ายมัดจำหนึ่งเดื