อมองค้อนซู่เป่าพลางกัดฟันถามเสียงต่ำ
ตั้งใจหลบตอนเธอผลัก เพื่อให้เธอเสียหลักจนอับอายขายหน้า! แถมยังตั้งใจแย่งซีนเธอด้วยการท่องบทกวีบ้าบอนั่นอีก!
“ตั้งใจอะไรเหรอคะ?” ซู่เป่าทำหน้าซื่อตาใส
“ก็ตั้งใจจะเด่นเกินหน้าเกินตาฉันยังไงล่ะ!” เสวี่ยเอ๋อร์โกรธจัดจนกรีดร้องออกมา
เพื่อนร่วมชั้นรอบ ๆ ต่างพากันหันมามองด้วยความตกใจ แววตาที่เคยมองเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยความชื่นชมเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง เสวี่ยเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอตะโกนสิ่งความในใจออกมาเสียแล้ว
เธอรีบกวาดของลงกระเป๋า กัดฟันข่มอารมณ์แล้วพูดทิ้งท้าย “เธอนัดฉันไว้ที่สวนป่าหลังโรงเรียนไม่ใช่หรือไง?”
“ใครไม่มา… คนนั้นเป็นลูกหมา!” เสวี่ยเอ๋อร์จ้องหน้าซู่เป่าเขม็งพลางแค่นหัวเราะคิกคัก
พูดจบเธอก็สะพายกระเป๋าเดินกระแทกส้นเท้าออกไปทันที
ซู่เป่าไม่รอช้า รีบยัดคุณตาเต่า และเสี่ยวอู่ลงกระเป๋าเป้ แล้วเตรียมออกวิ่งตามไป แต่มือเล็ก ๆ ของเธอกลับถูกมือใหญ่กว่าคว้าหมับไว้เสียก่อน
“จะไปไหน?” ซูเหอเวิ่นขมวดคิ้วถาม
“พี่ชาย! รีบมาเร็วเข้า เราไปจับผีกัน!” ซู่เป่าเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
พูดจบเธอก็ไม่รอฟังคำทักท้วงใด ๆ ออกแรงดึงแขนซูเหอเวิ่นให้วิ่งตามไปทันที
“เดี๋ยว! รอก่อน!” ซูเหอเวิ่นร้องเสียงหลง
เขาไม่อยากไป!
การจะให้เขาไปวิ่งจับผีกับยัยเด็กนี่น่ะเหรอ? ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีทางเป็นไปได้!
ต่อให้เอาโจทย์คณิตศาสตร์ระดับโลกมาวางตรงหน้า… ให้ไอน์สไตน์