ิง ๆ เลย”
คุณลุงสี่อย่างซูโล่วถึงกับคิ้วกระตุกเล็กน้อย ชายหนุ่มปรายตามองนักแสดงตัวน้อยซึ่งกำลังตีบทแตกเรียกคะแนนสงสารจากกระเพาะตัวเอง
นอกจากจะเป็นแม่หมอแล้ว ยังเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทอีกนะยัยหนู เขาคิดพลางลอบยิ้มขำในใจ
คนตัวใหญ่กับตัวเล็กยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อย บรรดาแขกเหรื่อที่คันไม้คันมืออยากลองดีก็เริ่มทยอยกันเข้ามาพยายามสร้างความสนิทสนม ความกระตือรือร้นของพวกเขานั้นล้นปรี่จนพูดไม่หยุดปาก
“คุณหนูซู่เป่าคะ ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่าลูกสะใภ้ของฉันจะคลอดเมื่อไหร่? จะได้หลานชายหรือหลานสาวคะ?”
“ซู่เป่าจ๊ะ ซู่เป่า… ช่วยทำนายให้พี่สาวหน่อยได้ไหมว่าเมื่อไหร่พี่จะรวยเปรี้ยงปร้างเสียที?”
“คุณหนูซู…”
ทางซ้ายก็เรียกซู่เป่า ทางขวาก็เรียกคุณหนูซู จนซูโล่วเริ่มทนความวุ่นวายไม่ไหว แต่เขาก็ไม่อาจหนีไปไหนได้ เพราะภารกิจหลักในวันนี้คือการเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวหลานสาว จึงทำได้เพียงหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาที่ดังระงมอยู่รอบตัว
ท่ามกลางเสียงอึกทึกอื้ออึงนั้นเอง เสียงใส ๆ ของซู่เป่าก็ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ
“คุณยายคะ หลานชายของคุณยายจะลืมตาดูโลกในอีกสามวันข้างหน้านะคะ!”
“พูดเหลวไหลน่ะหนู! ลูกสะใภ้ของยายเพิ่งจะตั้งท้องได้แปดเดือนเองนะ” หญิงชราวัยค่อนข้างสูงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนโพล่งออกมาทันควัน กำหนดคลอดยังห่างไกลจากความจริงไปตั้งเยอะ
หญิงชรารู้สึกผิดหวังอยู่ลึก ๆ