ื่องทางบ้านปั่นกระแสขึ้นมาแน่ ๆ”
“นี่แหละนะ… ความงมงายฉบับยุคสมัยใหม่” ซูโล่วกอดอกพลางหัวเราะเยาะในลำคอ
“ความงมงายฉบับยุคสมัยใหม่คืออะไรเหรอคะ?” แม่หมอตัวน้อยเงยหน้าขึ้นถามด้วยความฉงน
ซืออี้หรานนั่งหลังตรง สองมือวางเรียบกริบบนหัวเข่า เม้มปากก่อนอธิบายด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมว่า “มันคือความเชื่องมงายของคนในยุคปัจจุบันน่ะ อย่างเช่นเวลาฝันร้าย พอตื่นมาก็ปลอบใจตัวเองว่า ความฝันมักจะตรงข้ามกับความจริงเสมอ แต่พอฝันดีกลับรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า ฉันกำลังจะโชคดีแล้วแน่ ๆ ”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะร่ายยาวต่อ “หรือแม้แต่เรื่องตากระตุก… พอตาข้างซ้ายกระตุกคนส่วนใหญ่ก็มักจะคิดว่า ขวาร้ายซ้ายดี
กำลังมีเรื่องดีเกิดขึ้นแน่ ๆ
แต่พอตาข้างขวากระตุกกลับรีบปลอบตัวเองว่า
ช่วงนี้ฉันแค่พักผ่อนน้อยเกินไป เปลือกตาเลยกระตุกเฉย ๆ ”
“นี่แหละ… คือความงมงายแบบสมัยใหม่”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นทันควัน ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกายวิบวับขณะจ้องมองซืออี้หรานด้วยความทึ่ง