ก! มั้ว~ มาให้พี่สาวกอดหน่อยสิคะ!” โจวอวี่ยื่นแขนออกไปพร้อมกับรอยยิ้มปรุงแต่ง
“พี่สาวคะ… ในคอมีเสมหะติดอยู่จริง ๆ ใช่ไหมคะ?” ซู่เป่าขมวดคิ้วเล็ก ๆ พลางจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คนรอบข้างซึ่งกำลังมุงดูอยู่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มถามออกมาด้วยความจริงจัง ต่างก็พากันหลุดหัวเราะพรืดออกมา
“แหม… ซู่เป่าเนี่ย ตลกจังเลยนะจ๊ะ!” ใบหน้าของโจวอวี่แข็งค้าง เธอฝืนยิ้มกลบเกลื่อน
“อ๋อ… หรือว่าจริง ๆ แล้วมีรองเท้าแตะติดอยู่ในคอกันแน่คะ?” ซู่เป่าพยักหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก
ในตอนนั้นเอง ซืออี้หรานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “นี่เขาเรียกว่า ‘การแสดง’ น่ะ”
ซูโล่วยกยิ้มที่มุมปากพลางเหลือบมองเด็กชายตระกูลซือแวบหนึ่ง ก่อนก้มลงบอกหลานสาว
“ได้ยินแล้วใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาฟังดูเกเร เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ยิ่งทำตัวร้ายเท่าไหร่ ก็ยิ่งชวนให้ผู้คนหลงใหลมากเท่านั้น
“อื้อ! ซู่เป่าเข้าใจแล้วค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหนักแน่น
ใบหน้าของโจวอวี่เปลี่ยนสีสลับไปมาระหว่างเขียวและแดงด้วยความอับอาย หยาดน้ำตาพลันเอ่อล้นคลอเบ้า “คุณซูคะ…”
“ฉันไม่ได้…” หญิงสาวทำท่าทางอ่อนแอประหนึ่งดอกไม้ต้องลมหนาว ดวงตาคู่นั้นดูเหมือนกำลังจะหลั่งน้ำตาออกมาจริง ๆ เธอพยายามอธิบายเสียงสั่น
ทว่าซูโล่วกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาอุ้มซู่เป่าแล้วเดินปลีกตัวออกไปโดยไม่ลังเล
“โธ่เอ๋ย… เด็ก ๆ นี่แหละนะ มัก