จะพูดความจริงที่แทงใจดำเสมอ!” ผู้คนรอบข้างต่างพากันหัวเราะเยาะตามหลัง
“คุณชายน้อยตระกูลซือก็พูดไม่ผิดหรอก ฉันเองก็รำคาญท่าทางเสแสร้งแบบนั้นมานานแล้วเหมือนกัน”
“โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว ยังมาทำเสียงเล็กเสียงน้อย แกล้งทำตัวไร้เดียงสา ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ”
“ฉันไม่ได้แกล้งนะคะ! เสียงฉันมันเป็นแบบนี้จริง ๆ!” โจวอวี่ส่ายหน้าจนน้ำตาหยดแหมะ
ยิ่งเธอพยายามร้องไห้ เสียงที่เปล่งออกมากลับยิ่งดูบิดเบือนและเสแสร้ง จนแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมายังรู้สึกระอา
ทุกคนต่างทยอยเดินจากไปโดยไม่มีใครสนใจไยดีเธออีก หากไม่ใช่เพราะโจวอวี่เป็นดาราในสังกัดของบริษัทถังหมิงเซิงซื่อ เธอก็คงไม่มีสิทธิ์แม้แต่เหยียบเข้ามาในงานนี้!
เดิมทีแขกเหรื่อหลายคนอยากจะเข้ามาหาซู่เป่าเพื่อถามไถ่เรื่องดวงชะตา บ้างก็อยากรู้ว่าช่วงนี้ชีวิตจะเป็นอย่างไร รวยเมื่อไหร่ หรือมีเคราะห์ร้ายต้องระวังไหม…
สุดท้าย แขกเหล่านั้นก็ไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากถาม เพราะบรรยากาศดี ๆ ถูกโจวอวี่ทำลายจนพังพินาศไปเสียก่อน
**
ซูโล่วพาซู่เป่าเลี่ยงความวุ่นวายเดินออกไปยังสวนดอกไม้ด้านหลังอาคาร ที่นี่คนไม่พลุกพล่าน และไร้เสียงรบกวน เดินไปได้เพียงครู่เดียว เขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง พอหันกลับไปมองก็พบว่าซืออี้หรานกำลังเดินตามมาเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากพูดสักคำ
“ตามพวกเรามาทำไมเนี่ย?” ซูโล่วเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด
“คุณพ่อให้ผมมาดูแลเธอครับ” ซืออี้หรานทำหน้าเคร่ง